posttoday
ธอส.ขอครม.ออกพันธบัตร4พันล.

ธอส.ขอครม.ออกพันธบัตร4พันล.

20 พฤศจิกายน 2555

ทดแทนของเดิมที่หมดอายุพร้อมประกาศลดดอกเบี้ยทั้งฝากกู้ตั้งแต่0.125-0.25%

ทดแทนของเดิมที่หมดอายุพร้อมประกาศลดดอกเบี้ยทั้งฝากกู้ตั้งแต่0.125-0.25%

ธอส.ขอ ครม.ออกพันธบัตร 4,000 ล้านบาท พร้อมประกาศลดดอกเบี้ย 2 ขา 0.125-0.25%

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 พ.ย. ธนาคารได้เสนอผ่านกระทรวงการคลัง ขออนุมัติจาก ครม.ออกพันธบัตรวงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรเดิมที่ครบอายุ

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมียอดออกพันธบัตรอยู่ประมาณ 89 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาไม่มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนใหม่ เนื่องจากธนาคารใช้วิธีระดมเงินฝากจากประชาชนเพื่อนำมาปล่อยกู้แทน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารได้ประกาศลดดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ตั้งแต่ 0.1250.25% ประกอบด้วย ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (เอ็มอาร์อาร์) ลดลง 0.125% ต่อปี จากเดิม 7.25% ต่อปี ลดลงเหลือ 7.125% ต่อปี

ทั้งนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชน และยังได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชีสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลดลงอีก 0.125% ต่อปี จากเดิม 7.750% ลดลงเหลือ 7.625% ต่อปี

ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากที่ปรับลดลง 0.25% ต่อปี ได้แก่ เงินฝากซูเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ ลดลงเหลือ 2.50% ต่อปี ส่วนเงินฝากประจำและใบรับฝากเงินประจำ ประเภท 3 เดือน ลดลงเหลือ 2.00% ต่อปี 6 เดือน ลดลงเหลือ 2.25% ต่อปี

เงินฝากประจำ 1 ปี ลดลงเหลือ 2.75% ต่อปี 2 ปี ลดลงเหลือ 3.00% ต่อปี 3 ปี ลดลงเหลือ 3.25% ต่อปี และ 5 ปี ลดลงเหลือ 3.50% ต่อปี ส่วนเงินฝากประจำสะสมทรัพย์ ลดลงเหลือ 2.75% ต่อปี เงื่อนไขฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 1.00% ต่อปี ส่วนเงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ ออมทรัพย์พิเศษ และเงินฝาก ธอส.รักการออม อัตราดอกเบี้ยยังคงเดิม

“ธอส.ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ เพื่อให้เป็นไปตามสภาวะตลาดตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากเดิม 3.00% ต่อปี มาอยู่ที่ 2.75% ต่อปี และส่งผลให้สถาบันการเงินในประเทศส่วนใหญ่ปรับลดดอกเบี้ยอีกด้วย” นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ธนาคารได้จัดทำผลิตภัณฑ์เงินฝากที่หลากหลายตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย และล่าสุดได้จัดทำผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์เพื่อหักชำระหนี้เงินกู้ ธอส. โดยมีดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากออมทรัพย์ตามประกาศธนาคาร บวกเพิ่มอีก 0.25% ต่อปี จากปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ธอส.เท่ากับ 1.00% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท ส่วนลูกค้าที่ฝากเงินตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1.25% ต่อปี

ทางด้านผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 7,981 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 1 แสนล้านบาท และมีกำไรเพิ่มขึ้น 7,400 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 6,900 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 6.6% ลดลงจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 7.12% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ปัจจุบันอยู่ที่ 16.75%ว่าสูงกว่ามาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.5% และสูงกว่าธนาคารพาณิชย์อื่นๆ อีกด้วย

สำหรับยอดสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ซอฟต์โลน) วงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งได้มาจากธปท. และความถือต้องการที่อยู่อาศัยในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากประชาชนมีความมั่นใจในแผนการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ทำให้กล้าตัดสินใจ เลือกซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69