
ค่ายรถประสานเสียงยันการเมืองไม่กระทบยอดขาย
เปิดงานอย่างเป็นทางการแล้วกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 ที่ไบเทค บางนา ซึ่งคณะผู้จัดงานตั้งเป้าหมายให้เป็นงานหลักในการช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีนี้ โดยตั้งเป้าการจำหน่ายรถยนต์ในงานไว้สูงถึง 1.8 หมื่นคัน จำนวนผู้เข้าชมงาน 1.6 ล้านคน ก่อให้เกิดเงินสะพัดภายในงาน 45 หมื่นล้านบาท
ส่วนคาดการณ์ตลาดรถยนต์ในปีนี้นั้นจะเติบโตจากปีก่อน ยอดจำหน่ายประมาณ 6.16.5 แสนคัน แต่ยอดจำหน่ายดังกล่าวจะไปถึงหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ และการจัดงานเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายจะเป็นเรื่องที่ทำได้จริงหรือไม่
วิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่าแนวโน้มยอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการเติบโตที่น่าพอใจ และเมื่อดูที่ปัจจัยบวกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมเศรษฐกิจโลก ราคาพืชผลทางการเกษตร หรือแม้แต่ราคาเชื้อเพลิง ก็น่าจะเป็นตัวผลักดันให้ตลาดเติบโตได้เหนือกว่าเป้าหมายที่เคยคาดการณ์ไว้ 6.1 แสนคัน
ในส่วนของผลกระทบจากปัญหาการเมือง เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างต่อเนื่อง โดยการเมืองจะมีผลกระทบน้อยกว่าการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนเดินหน้าด้านพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล หรือก๊าซธรรมชาติ และมีการตรึงราคาในส่วนของซีเอ็นจีอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีทางเลือกมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันก็ปรับตัวไม่สูงมากนัก จึงไม่มีผลกระทบด้านนี้
“
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมการก็คือการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากตลาดโตกว่าที่คาดการณ์จริง ก็คงต้องเข้ามาดูในเรื่องของกำลังการผลิตที่มีอยู่ว่าจะเพียงพอที่จะตอบสนองการเติบโตนั้นหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องตามให้ทัน” วิเชียร กล่าวเอช นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ กล่าวว่า การเมืองไม่มีผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยปรับตัวได้ดีในสถานการณ์ต่างๆ แต่สิ่งที่จะมีผลกระทบคือเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจโลกไม่ดีจะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าได้ และจะส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ต่อไป
สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบทางการเมืองกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันถือว่าไม่มากนัก และเชื่อว่าหากสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่วางไว้ได้ในเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง ก็จะไม่ส่งผลกระทบ
ทั้งนี้ เชื่อว่าจากนี้ไปตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะเดินหน้าขยายตัวต่อไป เห็นได้จากตัวเลขการเติบโตของจีดีพีที่ยังขยายตัวอยู่ การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลมาที่ประเทศไทย การส่งออกและตลาดหุ้นก็ได้รับผลในเรื่องนี้ไปด้วยเช่นกัน
“
ประเมินในสถานการณ์แบบนี้ แต่ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดความรุนแรงในการชุมนุม อันนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องมาดูกันใหม่หมด แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้คงไม่เกิดความรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน”พิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ และที่ปรึกษาบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไม่อยากให้สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากมองว่าทุกอย่างกำลังอยู่ในช่วงที่ดี ทำให้ตลาดขยายตัวอย่างมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
ประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส การตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วงนี้มีการปรับแผนติดตามการดูแลลูกค้าในโชว์รูมแต่ละแห่งมากขึ้น หลังจากที่เกิดผลกระทบทางการเมือง ทำให้ต้องลงไปดูในรายละเอียดมากกว่าในภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดผลกระทบการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่จะสังเกตได้ว่าทุกอย่างก็ยังเดินหน้าไปตามปกติ ไม่ว่าจะเรื่องของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและตลาดหุ้น จะมีได้รับผลกระทบบ้างก็ในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวและการส่งออกบางส่วน
“
ผมยังมองว่าเราต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป แม้ตลาดในเดือน ม.ค. และ ก.พ. จะเติบโตขึ้นมากว่าเดือนละ 50% ก็ตาม และหวังว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยในอนาคต”มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสท์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยทางการเมืองไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าแผนการลงทุนของจีเอ็มแต่อย่างใด และการลงทุนใน 3 โครงการ มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ก็เดินหน้าตามปกติ
“
ผมไม่หวั่นว่าการเมืองจะกระทบกับการทำงานของเรา เพราะมองว่าการเรียกร้องด้านประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องปกติ และมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก แต่ก็ผ่านกันมาได้ ซึ่งขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้าแผนงานในประเทศไทยตามที่วางไว้อย่างแน่นอน”นอกจากนี้ แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างเชฟโรเลต ครูซ ก็ไม่ได้เลื่อนออกไปแต่อย่างใด โดยประเทศไทยจะมีการเปิดตัวแน่นอนในปีนี้ นอกจากนี้จะได้เห็นการใช้เครือข่ายเทคโนโลยีและฐานการผลิตของจีเอ็มในการเดินหน้าหาสินค้าใหม่เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น
จอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไม่อยากให้สถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อออกไปนานนัก โดยมองว่าในช่วงแรกอาจจะยังไม่ส่งผลกระทบกับสถานการณ์ทางการตลาด แต่หากปล่อยยื้อไปนานกว่าเทศกาลสงกรานต์ ก็จะเริ่มส่งผลกระทบในเรื่องของความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคได้
อย่างไรก็ตาม ยังประเมินว่าภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน ตลาดน่าจะขยายตัวไปมากกว่าที่มีการคาดการณ์ในช่วงต้นปี ทำให้เชื่อว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องมองในเรื่องของการปรับเป้าหมายการจำหน่าย และการหาสินค้ามาตอบสนองให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นในปีนี้







