
ธปท.ขาดทุนไร้เงินจ่ายหนี้
หมดทางล้างภาระกองทุนฟื้นฟูฯทำดีมีกำไรกลับเจ๊งเพราะบาทโพสต์ทูเดย์
— ธปท.ขาดทุนสุทธิ 7,662 ล้านบาท เหตุเงินทุนไหลเข้า เงินบาทแข็งค่าดอกเบี้ยจ่ายสูง จนไม่สามารถส่งรายได้เข้าคลังนายอรรคบุษย์ ไกรฤกษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้รายงานงบการเงินปี 2552 ที่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้คณะกรรมการ ธปท.รับทราบว่าบัญชีของ ธปท.หรือบัญชีฝ่ายกิจการธนาคาร ขาดทุนสุทธิ 7,662 ล้านบาท
ทั้งนี้ สาเหตุจากการมีภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่องเพื่อพยุงเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีค่าใช้จ่ายการบริหารเงินผ่านหน้าต่างอื่นๆ เพิ่มขึ้น เพราะในระหว่างปี 2552 มีการเกินดุลหรือมีเงินทุนไหลเข้ามากกว่าไหลออกถึง 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จึงจำเป็นต้องดูดซับสภาพคล่อง
ดังนั้น ธปท.มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ 5.02 หมื่นล้านบาท แต่มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพียง 3.81 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีผลขาดทุนสุทธิจากภาระดอกเบี้ย 1.21 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในการนำเงินทุนสำรองสินทรัพย์ต่างประเทศไปบริหารจัดการนั้น ธปท.มีกำไร เพราะ มีต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายเฉลี่ย 1.8% แต่ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 4.4% แต่พอนำกลับมาตีราคาเป็นเงินบาทต้องขาดทุนเพราะเงินบาทแข็งค่าขึ้น 4.7% ทำให้ขาดทุนทางบัญชี 6.72 หมื่นล้านบาท
” นายอรรคบุษย์ กล่าวนายอรรคบุษย์ กล่าวว่า ถึงแม้ทุนสำรองเงินตราจะมีกำไร 8,567 ล้านบาท ธปท.ก็คงไม่สามารถนำส่งรายได้ไปช่วยชำระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่เหลืออยู่ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาทได้ เพราะโดยรวม ธปท.ยังมีผลขาดทุนสุทธิ 7,662 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายถ้าขาดทุนก็นำส่งรายได้ไม่ได้
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การหาวิธีชำระเงินต้นกองทุนฟื้นฟูฯ จะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ได้หรือไม่ กระทรวงการคลังกับ ธปท.ต้องมาหารือกัน ซึ่งขณะนี้ก็กำลังคุยกันอยู่ และต้องคุยกันอีกมากกว่าจะหาข้อสรุปได้







