posttoday
อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ประเดิมหุ้นใหญ่ไม่ต้องมีกำไร

อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ประเดิมหุ้นใหญ่ไม่ต้องมีกำไร

19 พฤศจิกายน 2555

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ภายใต้ “ชานนท์ เรืองกฤตยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ANAN ภายใต้ “ชานนท์ เรืองกฤตยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมติดสถานีขนส่งมวลชนระบบราง ในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล อยู่ในระหว่างยื่นเอกสารการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ก่อนเข้าจดทะเบียนในหมวดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทไทย ภายในเดือน ธ.ค.นี้

ANAN เรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 200 ล้านบาท เป็น 333.3 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.1 บาท เพื่อนำหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 1,333 ล้านหุ้น ขายนักลงทุนทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

บริษัทนี้เป็นหุ้นใหม่ บริษัทแรกที่ใช้เกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) แทนที่จะมีกำไรย้อนหลัง 3 ปี ดังนั้นความสำเร็จหรือล้มเหลวของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นนี้ จึงมีความหมายสำหรับกฎเกณฑ์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ ที่ยกเว้นให้หุ้นขนาดใหญ่ไม่ต้องมีกำไรย้อนหลัง 3 ปี ที่ทำให้ผู้นำบริษัทมุ่งหวังขายหุ้นนี้ให้นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศในสัดส่วนเท่ากัน

อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ประเดิมหุ้นใหญ่ไม่ต้องมีกำไร

 

ชานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ANANDA กล่าวว่า บริษัทจะนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ต่างประเทศ ที่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ลอนดอน และอัมสเตอร์ดัม ภายหลังนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนในประเทศแล้ว

“เราหวังว่าจะขายหุ้นไอพีโอครึ่งหนึ่งให้นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศอีกครึ่งหนึ่ง” ชานนท์ กล่าว

บริษัท อนันดา มีเป้าหมายที่จะระดมทุนประมาณ 6,000-7,500 บาท เพื่อนำเงินไปขยายการลงทุนในโครงการใหม่ๆ และคืนหนี้กู้ 2,500 ล้านบาท ให้กับธนาคารกรุงไทย บริษัทกู้ยืมเงินมาตั้งแต่ปลายปี 2553 จำนวน 4,800 ล้านบาท เพื่อมาซื้อหุ้นคืนจากกองทุนต่างประเทศ ในบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ทู (AD2) ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาคอนโดมิเนียม 12 โครงการ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าในเขต กทม.

นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงิน 1,000 ล้านบาท ไปซื้อหุ้น 48.26% ในบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ วัน (ADO) จากกองทุน TMW ANANDA GmbH ซึ่งพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรบริเวณใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิ

ฐานะการเงินปัจจุบันของ ANAN งวด 9 เดือนแรกปีนี้ ยังมีผลขาดทุน 314.2 ล้านบาท ที่ “ชานนท์” คาดว่า ปีนี้ผลการดำเนินงานก็ยังขาดทุน โดยนักวิเคราะห์ในตลาดคาดว่าจะมีผลขาดทุนปี 2555 ที่ 125 ล้านบาท จากการรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการซื้อกิจการ AD2 นอกจากนี้ส่วนทุนยังติดลบ 445 ล้านบาท และมีขาดทุนสะสม 677ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม “ชานนท์” คาดว่า ผลการดำเนินงานจะกลับมามีกำไรสุทธิในปี 2556 และคาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า แต่บริษัทยังไม่มีนโยบายจ่ายปันผล เพราะต้องการเป็นหุ้นที่อัตรากำไรเติบโตสูง โดยจะนำเงินไปลงทุนซื้อที่ดินบริเวณรถไฟฟ้าเพื่อลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์ในตลาด คาดว่า ปี 2556 ANAN จะกลับมารายงานกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท หลังขาดทุน 125 ล้านบาท ปีนี้ และอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้และปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 32.3% และ 34.7% ตามลำดับ เพราะต้นทุนลดลงจากการซื้อหุ้นสามัญของ AD2 จะหมดในปี 2556 และคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิจะเติบโต 12% ในปี 2557

นอกจากนั้น คาดว่าส่วนผู้ถือหุ้นจะกลับมาเป็นบวกในปีหน้า ผลการกระจายหุ้นจะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิปี 2555 อยู่ที่ 0.36 เท่า

นักวิเคราะห์ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นนี้ที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) เปรียบเทียบระหว่าง 9-11 เท่าได้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 3.90-4.70 บาทต่อหุ้น เท่ากับ พี/อี ซื้อขายเฉลี่ยกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

จุดเด่นของ ANAN คือโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม จะเป็นโครงการราคาระดับกลางประมาณ 24 ล้านบาท ติดสถานีขนส่งมวลชนระบบราง ภายใต้ชื่อ “Ideo” หรือ “ไอดีโอ” และครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในด้านห้องชุดที่ติดสถานีรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 300 เมตร โดย “Ideo” มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen C) ซึ่งจะพิจารณาการเลือกซื้อห้องชุดพักอาศัย โดยให้ความสำคัญกับตำแหน่งที่ตั้งของโครงการว่ามีระยะทางใกล้ หรือติดกับสถานีขนส่งมวลชนระบบรางเป็นปัจจัยหลัก และผลงานที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก ทุกโครงการเปิดขายใช้ระยะเวลาไม่นานก็สามารถปิดโครงการได้

อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ประเดิมหุ้นใหญ่ไม่ต้องมีกำไร

 

ANAN เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์บริษัทแรกในรอบ 3 ปีที่เข้ามาระดมทุน

ปัจจุบัน ANAN มีโครงการที่พัฒนาภายใต้ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ทู (เป็นบริษัทย่อย) ทั้งหมด 12 โครงการ โดย ณ วันที่ 30 ก.ย. 2555 มีโครงการที่ขายหมดแล้วจำนวน 8 โครงการ และมีโครงการที่เปิดจำหน่ายและอยู่ระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด 4 โครงการ ทั้งนี้ ในเดือน ก.พ. 2555 ได้เปิดตัวโครงการใหม่อีก 4 โครงการ ภายใต้ชื่อ “ไอดีโอ โมบิ” ซึ่ง ณ วันที่ 30 ก.ย. 2555 มีจำนวนยอดขายห้องชุดแล้วประมาณ 72.6% ของจำนวนห้องทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 65.1% ของมูลค่าห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด

สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ 8,500 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีและต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ที่รายได้ส่วนใหญ่คาดว่าจะมาจากการขายคอนโดมิเนียม ไอดีโอ โมบิ ที่เปิดขายไปแล้วในช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมา ที่คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2556 ที่จะทำให้รายได้ปี 2556 ปรับตัวเพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์ในตลาด คาดว่า ปีหน้ารายได้ของ ANAN จะเพิ่มขึ้น 58% จากปีนี้เป็น 9,400 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเป็น34.7% จาก 32.3% ปีนี้ ที่จะช่วยให้มีกำไร 1,400 ล้านบาท

ANAN อยู่ระหว่างขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทำให้มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างสูง ประกอบกับภาระหนี้สินที่ยังสูง ทำให้คาดว่าในช่วงต้นของการเติบโตของผลการดำเนินงานในปีนี้และปีหน้า จะเน้นการลดภาระหนี้สินที่มีต้นทุนการเงินสูงและขยายธุรกิจเพื่อสร้างฐานการเติบโตในอนาคต ที่คาดว่าจะทำให้สามารถจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2558 เป็นต้นไปในนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ หุ้นนี้ยังมีความเสี่ยงสำหรับการลงทุน คือ

ประการแรก ความเสี่ยงจากความล่าช้าของงานก่อสร้างและยอดขายบ้านแนวราบที่ทำให้น้อยกว่าคาด โดยนักวิเคราะห์ในตลาดวิเคราะห์ว่า คอนโดมิเนียมไอดีโอ โมบิ ทั้ง 4 โครงการ ทั้งพญาไท พระราม 9 สุขุมวิทและสาทร ควรแล้วเสร็จและส่งมอบได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2556 และยอดขายบ้านแนวราบควรทำได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท หรือ 17% ของประมาณการรายได้

อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุทำให้ไม่เป็นไปตามคาดอาจทำให้มีความเสี่ยงในการลดการประเมินมูลค่า

ประการที่สอง สัดส่วนหนี้สินของบริษัทสูงผลจากการซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ AD2 จาก ASPF II Ananda 2 Gmbh ปลายปี 2553 ที่ใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ เมื่อรวมกับเงินกู้สินเชื่อโครงการของ AD2 แล้ว ทำให้บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนสูงที่สิ้นไตรมาส 3 มีหนี้สิน 7,800 ล้านบาท (เงินกู้ 4,900 ล้านบาท) ขณะที่มีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบทำให้มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูงกว่าเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่น

ประการที่สาม ความเสี่ยงจากการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต เนื่องจากไม่มีนโยบายถือครองที่ดินเปล่าไม่พร้อมพัฒนาสำหรับโครงการคอนโด มิเนียม ฉะนั้นจึงเสี่ยงที่จะไม่ได้ที่ดินใกล้สถานีขนส่งมวลชนระบบรางเพื่อพัฒนา

ประการที่สี่ ความเสี่ยงจากความคืบหน้าของโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรางไม่เป็นไปตามกำหนด เพราะกำหนดแนวทางโครงการในการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมติดสถานีขนส่งมวลชนระบบราง ดังนั้นการเติบโตของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนระบบรางเป็นหลัก

ตามรายงานของบริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) หรือ CBRE รัฐบาลมีแผนจะขยายระบบขนส่งมวลชนโดยเพิ่มจำนวนสถานีเป็น 100 สถานี ภายในปี 2559 และ 245 สถานีภายในปี 2565 ดังนั้นหากรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือกำหนดการก่อสร้าง อาจมีผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจของบริษัท

กิตติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้น เจ้าของบริษัทโบรกเกอร์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ความเห็นว่า หากจะซื้อหุ้นนี้ จะซื้อเพื่อการเก็งกำไรเพราะเป็นหุ้นใหม่ที่มักราคาปรับตัวขึ้นวันแรกสูง แล้วขายออกไปในวันเข้าซื้อขายในวันแรก แต่หากจะลงทุนระยะยาวจะขอดูผลประกอบการปี 2556 ว่ามีกำไรตามที่ผู้บริหารคาดการณ์หรือไม่ แล้วจึงเข้าลงทุน

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69