
ราคาหุ้นสื่อสารตื่น 3จี เกินไป
ราคาหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมลดลงอย่างมาก โดยปัจจุบันซื้อขายใกล้มูลค่าไม่มี 3G นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เชื่อว่าความกังวลที่ตลาดมีต่อความไม่แน่นอนของ 3G มากเกิน เพราะเห็นความเสี่ยงในการออกใบอนุญาตล่าช้าแต่ไม่ถูกยกเลิก
ราคาหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมลดลงอย่างมาก โดยปัจจุบันซื้อขายใกล้มูลค่าไม่มี 3G นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เชื่อว่าความกังวลที่ตลาดมีต่อความไม่แน่นอนของ 3G มากเกิน เพราะเห็นความเสี่ยงในการออกใบอนุญาตล่าช้าแต่ไม่ถูกยกเลิก
ทั้งที่มีอัตราผลตอบแทนปันผลของ 2G รองรับกว่า 7% โอกาสที่ราคาหุ้นลงมีจำกัด และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ยังคงเป็นหุ้นที่นักลงทุนควรซื้อในกลุ่มสื่อสาร
แม้ว่ามีความเสี่ยง 3G ล่าช้าเพิ่มขึ้น ไม่เป็นบวกต่อผู้ประกอบการโครงข่าย ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบภายในของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ขยายเวลาการตรวจสอบผลการประมูลออกไปหนึ่งเดือน
สนง.ผู้ตรวจการแผ่นดิน มองว่า การประมูล 3G ไม่เป็นการแข่งขันที่เสรี และส่งเรื่องฟ้องไปยังศาลปกครอง เนื่องจาก กสทช. ดำเนินการประมูลที่เป็นไปตามกฎและข้อบังคับ
บล.ธนชาต มองเห็นความเสี่ยงผลการประมูล 3G เป็นโมฆะจำกัด แต่อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่การออกใบอนุญาต 3G อาจล่าช้าออกไปจากกลางเดือน ม.ค. 2556 หากศาลปกครองตัดสินให้ระงับการออกใบอนุญาต ผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยงความไม่แน่นอนของ 3G อาจกดดันราคาหุ้นจนกว่าจะมีบทสรุปที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ได้จัดทำบทวิเคราะห์ความอ่อนไหวเพื่อแสดงผลกระทบของ 3G ที่มีต่อ ADVANC บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และได้พบว่ามีโอกาสราคาลดลง จำกัดและถึงแม้ไม่มี 3G มูลค่า 2G ตามลำดับ 168 บาท/หุ้น 75 บาท/หุ้น และ 56 บาท/หุ้น ต่ำกว่าเพียง 813% จากราคาหุ้นในปัจจุบัน
ในขณะที่หากการออกใบอนุญาต 3G ล่าช้าออกไป 6 เดือน และสถานการณ์ที่ประนีประนอมกันโดยที่ กสทช.ตั้งราคาเพดานสำหรับการใช้บริการด้าน Data ทำให้ราคาเป้าหมาย (BaseCase) ลดลงเพียง 7% และ 12% แต่อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงน่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสที่ราคาจะลดลงจำกัด ต่อมูลค่า เลวร้ายที่สุดต่ำเพียง 813%
ในขณะที่มีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นมากกว่า 30% ต่อราคาเป้าหมาย (Base Case) หากอิงการออกใบอนุญาต 3G ในปีหน้า
หากไม่รวมกำลังการผลิตใหม่จากโครงข่าย 3G คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ คาดกำไร ADVANC และ DTAC เติบโต 13% และ 17% ตามลำดับ ในปี 2556 เนื่องจากค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายโครงข่ายลดลง รายได้ เสียงเติบโตต่อเนื่อง และภาษีจ่ายลดลง 3% เนื่องจากบริษัทมีสถานะเป็นเงินสดสุทธิและกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) แข็งแกร่ง รวมถึงอัตราการจ่ายปันผลสูง อัตราเงินปันผลยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 7% ในปีหน้า
“เรามองว่าการออกใบอนุญาต 3G ในที่สุดต้องดำเนินต่อไป และเรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงใกล้มูลค่าที่ไม่มี 3G นั้นมองลบเกินไป เนื่องจากสัมปทานบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะหมดอายุในเดือน ก.ย. 2556 ผู้ประกอบการโทรคมนาคมจึงต้องการใบอนุญาต 3G เพื่อปลดล็อกปัญหาด้านสัมปทาน เนื่องจากคุณภาพของกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นไม่ว่ามีหรือไม่มี 3G
“เรายังคงเลือก ADVANC เป็นหุ้นแนะนำราคาเป้าหมาย 260 บาท/หุ้น ผลตอบแทนเงินปันผลของ INTUCH สูงที่สุดในกลุ่ม และเราเลือกเป็นหุ้นแนะนำสำหรับนักลงทุนในประเทศ”







