
โครงการทวายคืบโซนอุตฯไซส์เล็กขายเกลี้ยง
โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้เข้าไปพัฒนาพื้นที่ หลังรัฐบาลไทยและพม่าลงนามความร่วมมือแล้ว ขณะนี้โครงการคืบหน้าตามแผน โดย อนันต์ อัมระปาน ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กล่าวว่า ขณะนี้ส่วนที่มีความคืบหน้ามากที่สุด คือ ส่วนการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดเล็กที่เกิดจากการตกลงร่วมกันของรัฐบาล 2 ประเทศ ที่ตั้งใจจะเปิดเป็นพื้นที่พิเศษสนับสนุนการลงทุนภายในไทยและเมียนมาร์ จะเปิดให้อุตสาหกรรมเข้าไปดำเนินการได้ปี 2557
โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้เข้าไปพัฒนาพื้นที่ หลังรัฐบาลไทยและพม่าลงนามความร่วมมือแล้ว ขณะนี้โครงการคืบหน้าตามแผน โดย อนันต์ อัมระปาน ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กล่าวว่า ขณะนี้ส่วนที่มีความคืบหน้ามากที่สุด คือ ส่วนการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดเล็กที่เกิดจากการตกลงร่วมกันของรัฐบาล 2 ประเทศ ที่ตั้งใจจะเปิดเป็นพื้นที่พิเศษสนับสนุนการลงทุนภายในไทยและเมียนมาร์ จะเปิดให้อุตสาหกรรมเข้าไปดำเนินการได้ปี 2557
พื้นที่ดังกล่าว เฟส 1 และเฟส 2 ขายพื้นที่เต็มหมดแล้ว แต่ละเฟสมีขนาด 1 ตารางกิโลเมตร (625 ไร่) และอยู่ระหว่างศึกษาเปิดเฟส 3 ใหญ่กว่าเดิม 8-10 ตารางกิโลเมตร เพราะเดิมคาดว่าจะมีนักลงทุนเข้ามาซื้อพื้นที่บล็อกละ 10 ไร่ แต่ส่วนใหญ่ซื้อบล็อกละ 50 ไร่ โดยเป็นชาวไทยส่วนใหญ่ อุตสาหกรรมที่ลงทุน ได้แก่ อุตสาห กรรมเกี่ยวกับห้องเย็น ประมง เพราะประมงเริ่มได้ทันที ที่ผ่านมายังไม่มีกิจการห้องเย็น การส่งสินค้าประมงไปยังไทยจึงยาก รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมไม้และยางพารา พื้นที่นี้ จะมีท่าเรือขนาดเล็กให้บริการ ส่วนระบบสาธารณูปโภคใช้ร่วมโครงการใหญ่
นอกจากนี้ จะมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงขนาด 33 เมกะวัตต์ ให้บริการด้วย เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างได้รวดเร็ว ตามแผนจะใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิง ลงทุนโดยบริษัท แอลเอ็นจี ไลน์ บริษัทลูกของอิตาเลียนไทย ที่จะดูแลกิจการไฟฟ้าทั้งหมด แต่หากโครงการขยายไปถึงจุดหนึ่ง บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จะเข้าลงทุนต่อ
สำหรับโครงการในภาพรวมมูลค่าลงทุนเฉพาะระบบสาธารณูปโภคอยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท พื้นที่โครงการ 250 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ถนนเชื่อมโยงทวายบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี 160 กิโลเมตร เป็นถนน 4 ช่องจราจร วงเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการท่าเรือน้ำลึก ที่ ต.นาบูเล ตอนเหนือของทวาย อู่ต่อเรือขนาดใหญ่ นิคมอุตสาหกรรม และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้า โรงบำบัดน้ำเสีย ที่พัก เป็นต้น
แผนก่อสร้างแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ใน 10 ปี ระยะที่ 1 ปี 2554-2558 ครอบคลุมถนนเชื่อมโยงทวายชายแดนไทย 4 ช่องจราจร ด่านพรมแดนถนนเชื่อมโยงสนามบินทวาย การก่อสร้างท่าเรือจะแล้วเสร็จ 50% อ่างเก็บน้ำ ถนนในเขตนิคมอุตสาหกรรม ระบบระบายน้ำ โรงบำบัดน้ำประปา น้ำเสีย เป็นต้น
ระยะที่ 2 ปี 2556-2561 ครอบคลุมเขตนิคมอุตสาหกรรมและระบบระบายน้ำเพิ่มเติม ถนนเชื่อมโยงขยายเป็น 8 ช่องจราจร การก่อสร้างท่าเรือแล้วเสร็จ 100% สร้างศูนย์การค้าและสถานพักผ่อน ระยะที่ 3 ปี 2559-2563 ครอบคลุมถนนในเขตนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือด้านเหนือ รถไฟ สายส่งไฟฟ้า และท่อก๊าซ ท่อน้ำมันเชื่อมโยงประเทศไทย
การลงทุนจะเป็นหน้าที่บริษัท ทวาย ดีเวล๊อปเมนต์ (ดีดีซี) โดยจะเปิดบริษัทลูกขึ้นมาดูแลการลงทุนแต่ละประเภท เช่น ท่าเรือ ถนน เพื่อให้นักลงทุนจากทั่วโลกร่วมลงทุนและเป็นเจ้าของโครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดให้บริษัทต่างๆ เข้าร่วมลงทะเบียน เมื่อบริษัทลูกได้เซ็นสัญญารัฐบาลพม่าได้ การก่อสร้างจะเริ่มต้นทันที โดยบริษัท ดีดีซี จะออกไปถือหุ้นย่อยๆ ในบริษัทลูก ตอนนี้มีนักลงทุนจากญี่ปุ่น เกาหลี จีน และยุโรป สนใจ
ด้าน ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัดได้เร่งสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 (มอเตอร์เวย์บางใหญ่กาญจนบุรี) ขยายเส้นทางคมนาคมไปสู่เขตการค้าชายแดนให้กว้างขึ้น ได้แก่ เส้นทางสายกาญจนบุรีบ้านพุน้ำร้อน และกาญจนบุรีสังขละบุรี พัฒนาสนามบินของกองพลทหารราบที่ 9 สู่สนามบินเชิงพาณิชย์ จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ได้แก่ บริเวณการค้าชายแดนด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี และเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า
“อีก 3 ปีข้างหน้าทุกอย่างจะพร้อม หากทวายเกิด คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจจังหวัดโตขึ้นได้ 57%” ชัยวัฒน์ กล่าว







