
เสนอเลิกคอมม์0% ผิดกม.พาณิชย์-โบรกฯหารือศุกร์นี้
โบรกเกอร์ เตรียมเสนอสมาคม บล.วันศุกร์นี้ เลิกคอมมิชชัน 0% เทรดเกิน 20 ล้านบาท ขอเก็บ 0.003% หรือ 300 บาท
โบรกเกอร์ เตรียมเสนอสมาคม บล.วันศุกร์นี้ เลิกคอมมิชชัน 0% เทรดเกิน 20 ล้านบาท ขอเก็บ 0.003% หรือ 300 บาท
แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า การประชุมสมาชิกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคมบล.) เย็นวันศุกร์ที่ 26 มี.ค.นี้ สมาชิกจะมีการหารือและเสนอยกเลิกการคิดค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) ที่อัตรา 0% สำหรับการซื้อขายตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป และเสนอให้คิดคอมมิชชันลูกค้า 0.003% หรือ 300 ล้านบาท แทน หากได้รับความเห็นชอบ คาดว่าจะนำมาใช้ได้ทันทีเดือน เม.ย.นี้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แนวคิดการยกเลิก 0% เนื่องจากการไม่เก็บคอมมิชชัน หรือ 0% ผิดกฎกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากการให้บริการทุกอย่างมีต้นทุน ดังนั้น การคิด 0% เป็นการให้บริการที่ต่ำกว่าราคาต้นทุน ไม่สามารถทำได้
“การดำเนินธุรกิจทุกอย่างมีต้นทุน การเก็บ 0% เป็นการทำผิดกฎหมายกระทรวงพาณิชย์ จึงต้องยกเลิก 0% และเสนอเก็บ 0.003% ของการซื้อขายตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป” แหล่งข่าวเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารโบรกเกอร์ที่มีลูกค้ารายใหญ่จำนวนมาก ให้ความเห็นว่า การยกเลิก 0% ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะโบรกเกอร์ที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงๆ มีฐานลูกค้ารายใหญ่หลายราย จะต้องคัดค้านการยกเลิก 0% แทนลูกค้า
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้มีแนวคิดซึ่งหารือในหมู่สมาชิกสมาคม บล. ให้เก็บค่าคอมมิชชันจากพอร์ตเทรด บล. เนื่องจากบางแนวคิดเห็นว่า พอร์ตเทรด บล. ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นไม่ปกติ ได้เปรียบลูกค้าในเรื่องข้อมูล การลงทุนที่ไม่มีต้นทุน โดยคอมมิชชันที่เก็บจากพอร์ตเทรด บล.นี้ ต้องศึกษาว่าจะนำไปเก็บที่ไหน ให้ใคร หรือจะนำไปใช้ประโยชน์กับสังคม เช่น ไปช่วยการศึกษา เป็นต้น
“โบรกเกอร์บางแห่งที่ไม่มีพอร์ตเทรด มีการเสนอแนวคิดให้เก็บคอมมิชชันจากพอร์ตเทรด บล. เพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างลูกค้ากับโบรกเกอร์ที่มีพอร์ตเทรด และไม่ทันให้การซื้อขายของตลาดผิดปกติ ซึ่งมีโอกาสที่สมาชิกจะนำเข้าไปหารือกันในการประชุมวันที่ 26มี.ค.นี้” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ การประชุมสมาชิกยังมีวาระสำคัญวาระ 4 คือ การกำหนดเงินเดือนและการจ่ายผลตอบแทนให้เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) ผู้จัดการสาขา หรือหัวหน้าทีม ซึ่งขณะนี้มีกระแสข่าวว่า สมาคมจะเสนอไม่หัก 25% จากรายได้ของมาร์เก็ตติง หลังจากที่มาร์เก็ตติงต่อต้านและคัดค้านหนักก่อนหน้านี้
“สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กำลังหาทางลงอยู่ โดยพิจารณายกเลิกไม่หักมาร์เก็ตติง 25% ของรายได้ แต่โบรกเกอร์จะต้องไปหาวิธียกเลิกแล้วจะคุมมาร์เก็ตติงยังไงไม่ให้ย้ายงาน” แหล่งข่าวเปิดเผย
เจ้าหน้าที่มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมารอบนี้ ร่วม 100 จุด และมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 3-4 หมื่นล้านบาท แต่หุ้นหลักทรัพย์ยังไม่ถูกกระตุกขึ้นมาเล่นเก็งกำไรอย่างจริงจัง เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์หรือพลังงาน เนื่องจากหุ้นหลักทรัพย์ไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากมูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้น เพราะวอลุมซื้อขายส่วนใหญ่เป็นของนักลงทุนรายใหญ่ ที่เพดานการซื้อขายเต็ม 20 ล้านบาท ไม่เสียคอมมิชชัน และพอร์ตเทรด บล. ที่ไม่มีต้นทุนคอมมิชชัน จึงไม่มีรายได้เข้าบริษัท
“ตลาดหุ้นเริ่มร้อนแรงตอนปลายเดือน ก.พ. หรือวันที่ 26 ก.พ. ตั้งแต่ศาลตัดสินคดียึดทรัพย์ มูลค่าซื้อขายต่อวันขึ้นมา 2-3 หมื่นล้านบาท จะดีจริงๆ แค่เดือน มี.ค. เดือนเดียว เท่ากับเป็นการปรับกำไรให้สมดุลจากการเริ่มใช้คอมมิชชันเสรีขั้นบันได โดยเฉลี่ยคิดคอมมิชชัน 0.18% อยู่ได้ทำให้หุ้น บล. มาช้าหรือยังไม่มาตอนนี้” แหล่งข่าวเปิดเผย







