posttoday
เผยเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังน่าห่วง

เผยเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังน่าห่วง

08 พฤศจิกายน 2555

หอการค้าเผยเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังน่าห่วง คาดจีดีพีโตไม่เกิน 4.5 % กังวลเสถียรภาพการเมือง

หอการค้าเผยเศรษฐกิจไทยปีหน้ายังน่าห่วง คาดจีดีพีโตไม่เกิน 4.5 % กังวลเสถียรภาพการเมือง

นายธนวรรธน์  พลวิชัย  ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า  ได้ปรับลดคาดการณ์ประมาณการเศรษฐกิจทั้งปี 2555 อยู่ที่ 5.4%  จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่  5.6%   ส่วนปีหน้าคาดว่าจีดีพีจะอยู่ที่  4.5 %  จากปัจจัยด้านการส่งออกที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว   ด้านการส่งออกคาดการณ์ว่าการส่งออกทั้งปี 2555  จะหดตัวลงเหลือ  3.5 % และคาดว่าในปีหน้าการส่งออกจะอยู่ที่ 7.4  %   โดยมี ปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหน้าจะอยู่ที่การลงทุนระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ ที่รัฐจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการเซ็นสัญญาและก่อสร้างภายในเดือนก.ค.  2556 ทั้งระบบป้องกันน้ำท่วมของประเทศ และการดำเนินโครงข่าย3จีของภาคเอกชน รวมถึงเสถียรภาพการเมืองไทยที่ยังมีความกังวลในเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง

นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการติดตามผลกระทบต่อสถานการณ์วิกฤตในยูโรโซนที่มีผลต่อการส่งออกของไทยพบว่า ในช่วง9 เดือนแรกของปี2555  สินค้าที่มีปริมาณและมูลค่าส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มยูโรโซนมีมูลค่ากว่า 1 .7พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง  -1.1 % ของช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา  ซึ่งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย มีความเห็นว่าสถานการณ์ส่งออกของไทยน่าเป็นห่วง ประมาณการ  3เดือนสุดท้าย  ในกรณีที่การส่งออกแต่ละเดือนไม่ติดลบ ตัวเลขการส่งออกทั้งปีจะโตที่ประมาณ 1 % เท่านั้น โดยสินค้าที่มียอดส่งออกลดลงมาก ได้แก่ กลุ่มอาหาร เช่น กุ้งแช่แข็ง คาดว่าจะลดลง 10%    ข้าวส่งออกลดลง –39 /มันสำปะหลัง -56 %  ยางพารา -31.28%  และเครื่องนุ่งห่ม –11%  ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวดีขึ้นโดยภาพร่วม ม.ค.-ก.ย.  2555 มีนักท่องเที่ยวจำนวน  15.9 ล้านคน รายได้ร่วม 6.6 แสนล้านบาท  

นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจไทยต้อง เตรียมรับมือกับความผันผวนจากนโยบายการเงินในต่างประเทศ เพราะการอัดฉีดสภาพคล่องจำนวนมากเป็นเวลานานอาจทำให้ในระยะสั้นมีเกิดความผันผวน เช่น ความไม่แน่ใจต่อสภาพคล่องจำนวนมาก จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ ปรับตัวสูงขึ้น และยังสร้างความผันผวนให้กับการเคลื่อนย้ายเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย  ส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะต้องมีมาตรการด้านดอกเบี้ยออกมา กระทบต่อรายได้ของผู้มีเงินออม

จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังประสบวิกฤติ และนโยบายของรัฐบาล  กรรมการและเลขาธิการหอการค้าไทย  หอการค้าไทย  และ สภาหอการค้าไทย ได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์    ตั้งศูนย์วิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้า เพื่อเป็นศูนย์กลางติดตามสถานการณ์และการเตือนภัยทั้งโอกาสและความเสี่ยง ร่วมถึงสะท้อนปัญหาของผู้ประกอบการ โดยจะมีการแถลงผลการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ทุก  3 เดือน  ทั้งนี้การตั้งศูนย์ดังกล่าวมาจากการที่ภาคผู้ประกอบการมองว่าขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยน่าเป็นห่วง จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่มาจากวิกฤติยูโรโซน  ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา  ที่กระทบต่อการส่งออกของไทย ร่วมทั้งนโยบายของรัฐในเรื่องค่าแรง  300  บาท และแนวโน้มค่าเงินบาทที่สูงขึ้น  ทำให้สถานการณ์เดินมาสู่จุดล่อแหลม ภาคเอกชนจึงเห็นว่าควรมีศูนย์แจ้งเตือนทางด้านเศรษฐกิจ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ