
น้ำมันดิบร่วงแรงหลังโอบามาคว้าชัย
เบรนท์ส่งมอบ ธ.ค. ปรับลดลง 4.25 เหรียญ ส่วนเวสต์เท็กซัส ส่งมอบ ธ.ค. ปรับลดลง 4.27 เหรียญฯ
เบรนท์ส่งมอบ ธ.ค. ปรับลดลง 4.25 เหรียญ ส่วนเวสต์เท็กซัส ส่งมอบ ธ.ค. ปรับลดลง 4.27 เหรียญฯ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บริษัทไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 8 พ.ย. 55 ระบุว่า ชัยชนะจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีของบารัค โอบามา ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลต่อมาตรการการตัดรายจ่ายและขึ้นภาษีโดยอัตโนมัติวงเงิน 6 แสนล้านดอลลาร์ หรือ Fiscal Cliff ที่ยังคงมีความแตกแยกในสภาคองเกส ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันทีในต้นปีหน้า หากทำเนียบขาวและสภาคองเกรสสหรัฐฯ ไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย
และยังมีรายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 2 พ.ย. 55 โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) พบว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.77 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน 2.88 และ 0.13 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังทางฝั่งตะวันออกลดลงกว่า 1.25 ล้านบาร์เรล จากผลกระทบของพายุแซนดี้ ขณะที่การส่งออกน้ำมันจากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกมายังตะวันออกยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก
สำหรับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือน ก.ย. ปรับลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลงเพียง 0.5% จากตัวเลขภาคการผลิตที่ลดลง นอกจากนี้กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนียังออกมาเตือนว่าผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาส 4 อาจได้รับผลกระทบจากยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงอีกด้วย
นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรปคาดเศรษฐกิจในยูโรโซนจะยังคงซบเซาในระยะสั้นนี้ เนื่องจากความกังวลจากผลกระทบของปริมาณการใช้น้ำมัน โดยล่าสุดมีการปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2556 เหลือเพียง 0.1% จากที่คาดกาณ์ในเดือน พ.ค.ที่ 1% ประกอบกับ รัฐสภากรีซมีมติรับรองมาตรการรัดเข็มขัดฉบับใหม่ มูลค่า 1.35 หมื่นล้านยูโร หรือ1.73 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการประท้วงของชาวกรีซจำนวนมาก เพื่อแสดงถึงความไม่พอใจต่อมาตรการดังกล่าว ทั้งนี้มาตรการรัดเข็มขัดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณปี 2556 ที่รัฐบาลกรีซคาดว่ารัฐบาลกรีซจะผลักดันให้แล้วเสร็จในสุดสัปดาห์นี้
โดยราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความกังวลจากอุปทานที่หายไปจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนในสหรัฐฯ อีกทั้งนักวิเคราะห์ยังคาดว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงอีก 1 ล้านตัน ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณการผลิตในญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นกว่า 7.6% จากสัปดาห์ก่อนหน้า เป็นเหตุให้อุปทานเพิ่มขึ้น
สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น ยังคงต้องจับตาสถานการณ์หนี้สเปนและกรีซ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ พร้อมทั้งการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของจีน และการประชุมธนาคารกลางยุโรปในสัปดาห์นี้ สำหรับวันนี้จับตายอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน
ราคาน้ำมันดิบ ณ วันที่ 7 พ.ย. 55 (เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)
เวสต์เท็กซัส (ธ.ค.) 84.44 -4.27
เบรนท์ (ธ.ค.) 106.82 -4.25
ดูไบ 108.18 +3.20
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปประเทศสิงคโปร์ ณ วันที่ 7 พ.ย. 55
เบนซินออกเทน 95 119.64 +4.25
น้ำมันก๊าดและอากาศยาน 126.40 +2.65
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (0.5%กำมะถัน) 125.01 +2.68
น้ำมันเตา (3.5% กำมะถัน) 97.74 +2.85







