
คนรวยๆ ในต่างประเทศเขาเอาเงินไปไว้ที่ไหนให้ปลอดภัยจากมรสุมเศรษฐกิจ
ตอนที่แล้วได้พูดถึงตัวอย่างการลงทุนของเศรษฐีที่ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ที่ดินการเกษตร ไม้ ปืน นาฬิกา แสตมป์ งานศิลปะ ตอนจบในวันนี้ขอพูดถึงอีก 3 สิ่งที่เหลือ นั่นคือ เพชร สุรา และเหรียญหายาก
ตอนที่แล้วได้พูดถึงตัวอย่างการลงทุนของเศรษฐีที่ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ที่ดินการเกษตร ไม้ ปืน นาฬิกา แสตมป์ งานศิลปะ ตอนจบในวันนี้ขอพูดถึงอีก 3 สิ่งที่เหลือ นั่นคือ เพชร สุรา และเหรียญหายาก
7.เพชร
Alan Landau ผู้เป็น CEO ของ Novel Asset Management ให้สัมภาษณ์ใน Bloomberg TV ว่า “เพชรเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัย แม้จะมีสภาพคล่องน้อยกว่าทองคำอยู่มาก แต่ราคาก็ไม่ผันผวนเท่าราคาทองคำ ทั้งยังกำลังเป็นที่สนใจในการลงทุนเพื่อหลบภัยจากค่าเงินดอลลาร์อีกด้วย”
ความจริงนอกจากเพชรแล้ว พวกอัญมณีประเภทต่างๆ ก็ได้รับความนิยมในการสะสมเพิ่มขึ้น
มีคนบอกว่า นอกจากคุณค่าในเชิงการลงทุนที่ดีแล้ว เพชรและอัญมณีมีมนตรามหาเสน่ห์ให้คนหลงใหลในความงดงามอย่างถอนตัวได้ลำบาก
จริงเท็จอย่างไร ลองจุดธูปถามคุณป้า Elizabeth Taylor ดูก็ได้ ก็ Jewelry Collection ของเธอที่เปิดประมูลไปเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้คนที่ได้ดูแม้เพียงรูปยังอ้าปากค้าง
แม่จ้าว อะไรมันจะอลังการงานสร้างและมีเป็นจำนวนมากได้ถึงขนาดนั้น
ลองไปดูงานประมูลเพชรที่ทำสถิติราคาสูงสุดกันบ้าง
Christie’s รายงานว่า เพชรสีชมพูขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยออกประมูล ชื่อ The Martian Pink เพชรเม็ดนี้หนัก 12.04 กะรัต และมีคนประมูลไปเมื่อเดือน พ.ค. 2012 ไปแล้ว ในราคา 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 527 ล้านบาท คร่าวๆ ก็กะรัตละ 45 ล้านบาท
คนทั่วไปทำงานมาทั้งชีวิตยังมีเงินเก็บไม่ได้ครึ่งของ 1 กะรัตเลย
การที่เพชรเม็ดนี้ขายได้ราคาสูงกว่าที่ประเมินราคาเป็นเท่าตัว แสดงว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จะทำร้ายผู้คนจำนวนมากได้อย่างไร เศรษฐีตัวจริงย่อมเป็นข้อยกเว้น
เมื่อ 1 ธ.ค. 2009 แหวนเพชรสีชมพูขนาด 5 กะรัต ถูกขายไปงานประมูลของ Christie’s Hong Kong ในราคา 10,776,660 ดอลลาร์สหรัฐ (334 ล้านบาท) กะรัตละแค่ 66 ล้านบาทเท่านั้นเอง เป็นสถิติราคาเพชรต่อกะรัตที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูล โดย Vickie Sek ผู้อำนวยการ Christie’s Asia บอกว่า แหวนวงนี้เป็นดวงดาวที่ส่งประกายระยิบระยับที่สุดในงาน และ 8 ใน 10 คนที่ประมูลเพชรพลอยไปได้เป็นนักสะสมชาวเอเชีย
หากเดินทางไปต่างประเทศแล้วหมั่นซอกแซก ถามไถ่ สังเกตสังกาผู้คนกับสิ่งแวดล้อม เราก็จะได้ข้อมูลดีๆ มากมาย และสะท้อนอะไรๆ ที่เป็นของจริงได้มากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาอีกด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ที่ไป South Africa คนพื้นเมืองเล่าว่า แต่ก่อนนักท่องเที่ยวจะเป็นชาติตะวันตกมากที่สุด เดี๋ยวนี้ลดลงไปมาก แต่ได้คนจีน คนอินโดนีเซีย เกาหลี และตะวันออกกลาง มาทดแทน
ส่วนร้านขายเพชรเล่าว่า เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกซื้อเพชรพลอยมากกว่าคนตะวันตกแล้ว
ตอกย้ำประโยคที่ว่า “คนเราจะรวยจะจนนั้นไม่มีคงทนถาวร แต่เพชรพลอย ทองคำ ซึ่งเป็นความมั่งคั่ง แม้จะเปลี่ยนมือไปได้เรื่อยๆ ก็จะไหลไปอยู่ในมือของคนรวยๆ เสมอ”
8.สุรา
มันน่าสนใจมาก เพราะเราอาจไม่ค่อยรู้กันว่า คนอเมริกันในยุคก่อนใช้วิสกี้แทนเงินในการแลกเปลี่ยนสินค้า เหมือนพวก Aztecs ใช้เมล็ดโกโก้ไปแลกสินค้าอื่นๆ แบบ Barter Trade
นอกจากนี้ นิตยสาร SWAG ได้รวมไวน์เข้าไว้กับพวกแร่เงิน งานศิลปะ และทองคำ ในฐานะที่เป็นโอกาสในการลงทุนที่ช่วยต้านเงินเฟ้อได้ด้วย
และ Peter Luzer ผู้บริหารกองทุนไวน์ (Wine Investment Fund) คาดว่า กองทุนของเขาจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 12.5% ถึง 14.% ทีเดียว
ดังนั้น การเลิกดื่มแล้วหันมาสะสมสุรากันก็น่าจะอินเทรนด์ไม่ใช่น้อยเลย
9.เหรียญที่หาได้ยาก
เหรียญเก่าๆ หายากมักเป็นที่ต้องการของผู้สะสม ผู้มีโอกาสครอบครองไว้จึงเบาใจได้เลยว่าค่าของมันในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้นเพราะมันผลิตเพิ่มไม่ได้ ไม่เหมือนทองคำกับแร่เงินที่ยังพอจะขุดหามาได้ ตัวอย่างเช่น ราคาเหรียญทองคำ St. Gaudens รุ่น 20 ดอลลาร์สหรัฐ ยังขึ้นจากช่วงก่อน Recession ในอเมริกา จากไม่ถึง 2,000 ดอลลาร์ มาเป็น 2,720 ดอลลาร์ในเดือน ต.ค. นี้เลย
สำหรับตลาดไทยๆ นั้น เรายังมีอะไรน่าสะสมเพื่อรักษากำลังซื้อและผลตอบแทนที่ดีได้มากกว่านี้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง พระพุทธรูป เหรียญเก่า ถ้วยชามรามไหเก่าๆ ตั้งแต่ครั้งราชวงศ์โบราณ
ก็แหม ขนาดชามตราไก่กับถาดสังกะสีลายดอกไม้ที่ใช้กันในวัดยังป๊อบปูลาร์ในวันนี้
แต่คิดจะลงทุนอะไรก็อย่าลืมเรื่องสภาพคล่อง เพราะหลายอย่างไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันใจอย่างที่จำเป็นต้องใช้ ดังนั้นต้องวางแผนให้ดีๆ
ถ้าคิดจะเดินตามรอยเศรษฐีกันละก็ อย่าลงทุนสะเปะสะปะ ให้เลือกชิ้นที่ดีที่สุดไว้ก่อน (ถ้ามีเงินพอนะ)







