posttoday
ธปท.ฝันแบงก์กินส่วนต่างลดลง

ธปท.ฝันแบงก์กินส่วนต่างลดลง

06 พฤศจิกายน 2555

เผยดอกเบี้ยรับสุทธิเฉลี่ย2.5%สิงคโปร์2%อินโดนีเซียสูง5%

เผยดอกเบี้ยรับสุทธิเฉลี่ย2.5%สิงคโปร์2%อินโดนีเซียสูง5%

ธปท.ฝันอยากเห็นส่วนต่างดอกเบี้ยรับกับดอกเบี้ยจ่ายของระบบธนาคารไทยลดลงอีก

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ระบบสถาบันการเงินของไทยค่อนข้างมีเสถียรภาพ มีเงินกองทุนที่เพียงพอ หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับต่ำ คุณภาพสินเชื่อยังดี จึงเชื่อว่าจะไม่มีธนาคารพาณิชย์รายใดมีปัญหาเรื่องเงินทุนจนต้องเพิ่มทุนในช่วงนี้แน่นอน หรือถ้าเพิ่มทุนก็น่าจะเป็นเรื่องของแผนธุรกิจมากกว่า

นายเกริกมั่นใจว่า ระบบธนาคารพาริชย์ของไทยน่าจะปฏิบัติตามเกณฑ์ของบาร์เซิล 3 ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2556 นี้ได้ไม่มีปัญหา แม้เกณฑ์บาร์เซิล 3 จะกำหนดให้มีเงินกองทุนขั้นที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 11% ก็ตาม

รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันหลังจากระบบสถาบันการเงินไทยจะมีการพัฒนาไปมากแล้ว ธปท.ก็อยากให้มีการพัฒนามากขึ้นไปอีก เพื่อให้เกิดกลไกการแข่งกันที่สมบูรณ์ จนสามารถดึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายในระบบให้ต่ำลงได้อีก

ปัจจุบันส่วนต่างดอกเบี้ยรับกับดอกเบี้ยจ่ายสุทธิของไทยไม่สูงนัก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5% ซึ่งลดลงจาก 2.82.9% แต่ในอนาคต ธปท.อยากให้แคบลงกว่านี้อีก หรือพัฒนาไปถึงขั้นที่ดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น แต่ดอกเบี้ยกู้ต่ำลง

นายเกริก กล่าวว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายของไทยที่ระดับ 2.5% ไม่ถือว่าสูง เนื่องจากอยู่ในระดับกลางๆ ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจอาเซียน ที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน 5 ประเทศ โดยปัจจุบันสิงคโปร์ต่ำสุดอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2% ส่วนอินโดนีเซียอยู่ที่ 5% ซึ่งสะท้อนส่วนต่างดอกเบี้ยกู้และฝากที่ไม่ได้เลวร้ายนักของคนไทย เพราะสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินไทยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อภาคธุรกิจ ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยกู้และฝากไม่สูงมาก ซึ่งปัจจุบันสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อครัวเรือนก็มีการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายเกริกกล่าวถึงกรณีที่ทางกลุ่มจีอีแคปปิตอลจะขายหุ้นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา ว่าน่าจะมาจากบริษัทแม่ของจีอีฯ ที่อาจจะต้องการถือเงินสด เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปเองก็ยังมีปัญหา บวกกับสไตส์การทำธุรกิจของเขาเองยังมีการคิดแบบทุนนิยม คือ ถ้ารายจ่ายต่อรายได้สูงกว่า 70% หรือมีกำไรน้อยก็มักจะขายทิ้ง ต่างจากแนวการทำธุรกิจของคนไทย หรือเอเชีย ที่แม้จะมีกำไรน้อยก็ยังทำต่อ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ