posttoday
การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว

การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว

06 พฤศจิกายน 2555

บทความตอนที่แล้วผมได้เขียนถึงรูปแบบของการประกอบธุรกิจครอบครัวทั้ง 6 แบบ

บทความตอนที่แล้วผมได้เขียนถึงรูปแบบของการประกอบธุรกิจครอบครัวทั้ง 6 แบบ

บทความตอนนี้จะเขียนถึงลูกถึงคนในการบริหารจัดการในแต่ละรูปแบบและแบบผสมผสาน

ในหนังสือกล่าวว่าธุรกิจครอบครัวควรต้องพัฒนาโครงสร้างของธุรกิจครอบครัว (Structure Development) กับการเปลี่ยนความคิดของสมาชิกในครอบครัว (Mindset) โดยในแต่ละรูปแบบก็ต้องพัฒนาและเปลี่ยนความคิดของเจ้าของ เช่น หากการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวแบบกัปตัน Captain Model ก็ต้องดูว่าใครควรเป็นผู้นำที่มีความสามารถที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าส่งมอบธุรกิจให้สมาชิกครอบครัวตามอาวุโส

ในขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจแบบจักรพรรดิ (Emperor) ไปสู่แบบครอบครัวมืออาชีพ Professional Family Model หรือแบบบริษัท Corporation ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้นำและสมาชิกในครอบครัวไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเท่านั้น เช่น

ต้องทราบว่า สมาชิกในครอบครัวต่างมีความสามารถและบทบาทที่ต่างกันจึงไม่ต้องทำให้มีความเท่าเทียมกันสำหรับการทำธุรกิจ

สำหรับรูปแบบครอบครัวเป็นทีม (Family Team Model) ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงแนวคิด คือลดความซับซ้อนของครอบครัวซึ่งหากทำได้ก็อาจไม่ต้องเปลี่ยนแนวคิด

สำหรับรูปแบบมืออาชีพของครอบครัวที่จะพัฒนาไปสู่รูปแบบบริษัท ต้องมีการเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการมีมืออาชีพหรือผู้จัดการหรือผู้บริหารที่ครอบครัวต้องจ้างเข้ามาทำงานในรูปแบบบริษัท สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือการสื่อสารที่ต้องทำให้เป็นกระบวนการด้วยความถนัดและสม่ำเสมอ

นอกจากการเปลี่ยนแนวความคิดแล้วในหนังสือได้แยกรูปแบบการบริหารจัดการดังนี้

1. การบริหารจัดการรูปแบบกัปตัน ควรบริหารจัดการอย่างมืออาชีพด้วยการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจให้ชัดเจนที่แข่งขันได้ การสร้างระบบบัญชีการเงินค่าใช้จ่ายต้นทุนกำไรอย่างมีประสิทธิภาพหรือการว่าจ้างบุคคลภายนอกที่มีความรู้มาให้บริการ การสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้ช่วยมีส่วนร่วมในกิจกรรมธุรกิจ แยกรายได้และค่าใช้จ่ายระหว่างครอบครัวกับธุรกิจให้ชัดเจน เช่น รายได้ของสมาชิกในครอบครัวก็ควรมาจากเงินเดือนโบนัสและเงินปันผล

นอกจากนั้น รูปแบบธุรกิจแบบกัปตันจะต้องมีการบริหารจัดการการสืบทอดธุรกิจ ซึ่งคือการเตรียมการผู้สืบทอดที่มีพลังในการสานต่อธุรกิจของผู้นำที่เป็นกัปตัน และเป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับการเป็นผู้ประกอบการ

ประการสุดท้าย คือการป้องกันไม่เพิ่มความซับซ้อนของครอบครัวเพราะในการบริหารจัดการแบบกัปตันมักมุ่งเน้นความรู้ความสัมพันธ์ ผู้นำความเข้มแข็ง วิสัยทัศน์ของกลยุทธ์การเพิ่มขึ้นของสมาชิกในครอบครัวที่เข้ามาทำธุรกิจยิ่งทำให้เกิดความซับซ้อนทางธุรกิจได้ง่าย

2. การจัดการแบบจักรพรรดิ ควรมุ่งเน้นในการพัฒนาไปสู่รูปแบบ มืออาชีพของครอบครัวหรือบริษัทเพราะการที่จะมีจักรพรรดิสืบต่อธุรกิจในรูปแบบเดิมเป็นเรื่องยาก เพราะผู้สืบทอดมีบุคลิกที่แตกต่างกันและอาจจะยากที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับผู้บริหารเดิมซึ่งจะนำไปถึงความขัดแย้ง

รวมทั้งความประพฤติของผู้นำคนใหม่อาจไม่เป็นที่ยอมรับของทายาทคนอื่น จากการศึกษาของธุรกิจครอบครัวในสเปน พบว่าธุรกิจรูปแบบนี้ตัวผู้นำมักจะย่ำรอยเดิมและยากที่จะพัฒนาโครงสร้างไปสู่รูปแบบที่เหมาะสม จึงมีข้อเสนอแนะว่าหากเจ้าของรูปแบบธุรกิจแบบจักรพรรดิจะต้องเปลี่ยนแปลง ดังนี้

(1) พัฒนาให้เป็นสถาบันที่มีสภาครอบครัว คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหารที่ทำงานอย่างจริงจังไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันข้อมูล อธิบายเหตุผลในการตัดสินใจของผู้บริหารพร้อมวางแผนและเหตุผล การมีฝ่ายบริหารที่จะมีการกำกับดูแล และประสานงานกับฝ่ายจัดการที่ได้รับมอบหมาย และค่อยๆ ทำให้ผู้นำเกษียณอายุจากการทำงานประจำเพื่อไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการต่อมาได้

(2) การหาฉันทานุมัติของครอบครัวหากมีความแตกต่างระหว่างครอบครัวกับธุรกิจ ความแตกต่าง 3 เรื่องที่ควรกำหนดคือ เรื่องงาน ความเป็นเจ้าของ กรณีเรื่องฉุกเฉินถึงแม้ตัวเจ้าของจะมีอำนาจในการตัดสินใจก็ควรมีการปรึกษาหารือเพื่อขอฉันทานุมัติจากสมาชิกในครอบครัว และแทนที่จะให้มีความเท่าเทียมกันในทุกเรื่องก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขถึงความสามารถผลงานและการเลื่อนตำแหน่งอย่างมีระบบ โดยผ่านกระบวนการคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการ ส่วนเรื่องความเป็นเจ้าของก็ใช้กระบวนการในสภาครอบครัวเป็นตัวกำหนดในเรื่องการแบ่งปันข้อมูลและการสั่งการจากระดับสูงสู่ระดับล่าง

ไว้ฉบับหน้าเรามาดูรายละเอียดกันต่อนะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ