
ศาลสั่งจำคุก‘สง่า’2ปีปั่น3หุ้น
FOCUS-RCI-IFECปี2551 คดีกลต.ลงโทษคนทำผิดเร็ว
FOCUS-RCI-IFECปี2551 คดีกลต.ลงโทษคนทำผิดเร็ว
คดีปั่นหุ้น FOCUS-RCI และ IFEC ถึงที่สุด หลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก “สง่า สกุลเอกไพศาล” 2 ปี และจำคุก น.ส.ไพลิน 6 เดือน ปรับ 2.5 แสนบาท ให้รอลงอาญา 2 ปี
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2555 ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษ นายสง่า สกุลเอกไพศาล (หรือ “เฮียตี๋” เดิมชื่อนายจักรชัย หรือนายธน แซ่เจียม) โดยสั่งจำคุก 2 ปี โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 5 แสนบาท ในคดีทำผิดในการสร้างราคาหุ้นบริษัท โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชัน (FOCUS) บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) และบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม (RCI)
“นายสง่าสร้างราคาหุ้นทั้ง 3 ตัว ผ่านบัญชีของบุคคล โดยช่วงวันที่ 24-25 เม.ย. 2551 สร้างราคาหุ้น FOCUS และวันที่ 29 เม.ย. 2551 สร้างราคาหุ้น IFEC และหุ้น RCI เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2551 ซึ่งนับรวมความผิด 3 กระทง จำคุกรวม 3 ปี และยังลงโทษนายสง่ากรณีปลอมแปลงลายมือของบุคคลอื่นในเอกสารการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จึงสั่งจำคุกอีก 1 ปี รวมเป็น 4 ปี แต่นายสง่ารับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี”
นอกจากนี้ สั่งจำคุก น.ส.ไพลิน กุมุท กรณีร่วมกับนายสง่ากระทำผิดกรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ FOCUS เป็นความผิด 1 กระทง จำคุก 1 ปี และปรับ 5 แสนบาท แต่เนื่องจาก น.ส.ไพลิน ให้การรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน โดยรอลงอาญา 2 ปี และปรับ 2.5 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม ในคดีเดียวกันได้สั่งยกฟ้อง น.ส.นงลักษณ์ สินประเสริฐเลิศ และนายอดิเรก อุ่มบางตลาด ซึ่งในขณะเกิดเหตุเป็นผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) สาขาชลบุรี และ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อกล่าวหาสนับสนุนนายสง่าในการกระทำความผิด เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอว่ามีการกระทำอันเป็นการสนับสนุนตามข้อกล่าวหา
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2553 ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษนายสง่า กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ FOCUS IFEC และ RCI รวมทั้ง น.ส.นงลักษณ์และนายอดิเรก กรณีให้การช่วยเหลือและสนับสนุนนายสง่า โดยจัดหาบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ และช่วยเหลือในการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 ตามมาตรา 243 (1) (2) ประกอบมาตรา 244 เมื่อปี 2553 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยดีเอสไอและพนักงานอัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 3 ราย
คำตัดสินของศาลอาญาครั้งนี้ถือว่าเป็นการสิ้นสุดของคดีที่ ก.ล.ต. ได้ส่งฟ้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในกรณีที่นายสง่าและ น.ส.ไพลิน ร่วมกันสร้างราคาหุ้นทั้ง 3 หลักทรัพย์ โดยดีเอสไอและพนักงานอัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องบุคคลทั้ง 3 ราย และนับรวมระยะเวลาที่คดีถึงที่สุดในเวลาประมาณ 2 ปี
ทั้งนี้ ความสำเร็จเกิดจากการประสานความร่วมมือและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของบุคลากรเจ้าของสำนวนคดี ได้แก่ พนักงานสอบสวน สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด







