posttoday
LPNกลัวเสี่ยงไตรมาส4

LPNกลัวเสี่ยงไตรมาส4

02 พฤศจิกายน 2555

เร่งโอนกรรมสิทธิ์กำไรแค่541ล้านฝรั่งช้อนหุ้นไทย

เร่งโอนกรรมสิทธิ์กำไรแค่541ล้านฝรั่งช้อนหุ้นไทย

แอล.พี.เอ็น.ฯ เปิดกำไรแค่ 541 ล้านบาท ร่วงแรง 37% โอนกรรมสิทธิ์เสร็จเร็ว ผวาความเสี่ยงไตรมาส 4

บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 541 ล้านบาท ลดลงกว่า 37% เทียบกับกำไรสุทธิ 872 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ดีขึ้นมากถึง 270% จากไตรมาส 2 ปีนี้ ที่มีกำไรสุทธิเพียง 146 ล้านบาท ทำให้ 9 เดือนปีนี้กำไรสุทธิเท่ากับ 982 ล้านบาท ลดลงกว่า 47% จากกำไรสุทธิ 1,855 ล้านบาท

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ LPN กล่าวว่า กำไรที่ลดลงในไตรมาส 3 เนื่องจากการบริหารโครงการให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด เพื่อให้เป็นไปตามแผนการโอนกรรมสิทธิ์ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2555 ทำให้รายได้จากการขายลดลง 2,066.88 ล้านบาท หรือ 40.70%

อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 บริษัทมีโครงการที่แล้วเสร็จแล้ว 5 โครงการ และจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 อีก 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทรับรู้รายได้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ประมาณ 5,900 ล้านบาท คงเหลือจำนวน 8,100 ล้านบาท ที่จะทยอยโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ตามแผนธุรกิจ

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คงจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นไม่มากนัก หรือบางแห่งกลับลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมีการโหมเปิดโครงการและเปิดการขายมากแล้ว แต่แนวโน้มธุรกิจยังคงมีความสดใส เนื่องจากดอกเบี้ยที่ต่ำมากจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจซื้อบ้านเร็วขึ้น และนโยบายของรัฐบาลที่อัดฉีดเงินเข้าสู่ผู้มีรายได้ต่ำ ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้น

 

“หุ้นอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นที่สนใจจากนักลงทุน แต่แนะนำให้เลือกหุ้นที่จะมีกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทที่มีแหล่งที่มาของรายได้หลากหลาย รวมถึงหุ้นที่ราคายังขยับตัวไม่มากนัก เช่น บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH)” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) เปิดผลงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2555 มีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 163% เป็น 253 ล้านบาท และรวม 6 เดือน กำไรสุทธิ 412 ล้านบาท เติบโต 134% ทั้งนี้กำไรสุทธิที่ดีขึ้นมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงถึง 8.12% หรือ 4.75 บาท ปิดที่ 63.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 911 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีพยายามขึ้นไปทดสอบระดับ 1,300 จุด แต่ฝ่าไม่สำเร็จ สุดท้ายปิดที่ 1,297.99 จุด ลดลง 0.88 จุด มูลค่าซื้อขาย 29,391.86 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติกลับหลังหันมาซื้อมากถึง 1,514 ล้านบาท โดยมีแรงซื้อหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มากเป็นพิเศษ ราคาบวกขึ้นมา 15 บาท หรือ 4.01% ปิดที่ 389 บาท มูลค่าซื้อขายทะลัก 2,051 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังคงมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และหุ้นมือถือ


 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ