posttoday
ไทยหล่นอันดับความง่ายในการดำเนินธุรกิจ

ไทยหล่นอันดับความง่ายในการดำเนินธุรกิจ

29 ตุลาคม 2555

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ตีพิมพ์รายงาน Doing Business 2013 ซึ่งเป็นการสำรวจความยากและความง่ายในการดำเนินธุรกิจของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่างๆ โดยในส่วน 8 อันดับแรก ตำแหน่งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ ขณะที่จอร์เจียกระโดดจากอันดับที่ 16 มาเป็นอันดับที่ 9 ขณะที่ออสเตรเลียพุ่งจากอันดับที่ 15 มาเป็นอันดับที่ 10

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ตีพิมพ์รายงาน Doing Business 2013 ซึ่งเป็นการสำรวจความยากและความง่ายในการดำเนินธุรกิจของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่างๆ โดยในส่วน 8 อันดับแรก ตำแหน่งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ ขณะที่จอร์เจียกระโดดจากอันดับที่ 16 มาเป็นอันดับที่ 9 ขณะที่ออสเตรเลียพุ่งจากอันดับที่ 15 มาเป็นอันดับที่ 10

กรณีของไทย รายงานปี 2011 อยู่อันดับที่ 19 ได้เลื่อนดีขึ้นมาเป็นอันดับที่ 17 ในรายงานปี 2012 แต่รายงานล่าสุดปี 2013 ไทยหล่นไป 1 อันดับ เป็นอันดับที่ 18 ซึ่งยังนับว่าดี เมื่อคำนึงถึงว่าเป็นการจัดอันดับของ 185 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ดังนั้นไทยยังเป็นอันดับต้นๆ

การจัดอันดับข้างต้น แม้ว่าหลายปัจจัยของไทยจะปรับตัวอันดับดีขึ้น คือ การชำระภาษีอากร ปรับจากอันดับที่ 100 เหลืออันดับที่ 96 แต่ก็ยังนับว่ามีเรื่องต้องปรับปรุงอีกมากเพราะอันดับยังรั้งท้าย ส่วนการบังคับสัญญา ปรับดีขึ้นเพียงเล็กน้อยจากอันดับที่ 24 เหลืออันดับที่ 23 การจดทะเบียนทรัพย์สินปรับดีขึ้นจากอันดับที่ 28 เหลืออันดับที่ 26

ส่วนอันดับที่ไทยแย่ลง เป็นต้นว่าการก่อตั้งธุรกิจจากอันดับที่ 17 เป็นอันดับที่ 18 การขออนุญาตก่อสร้างแย่ลงจากอันดับที่ 14 เป็นอันดับที่ 16 การขอใช้บริการไฟฟ้าจากอันดับที่ 9 มาเป็นอันดับที่ 10 การขอสินเชื่อจากอันดับที่ 67 เป็นอันดับที่ 70 การค้าระหว่างประเทศจากอันดับที่ 17 เป็นอันดับที่ 20 การแก้ไขปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวจากอันดับที่ 51 เป็นอันดับที่ 58

กรณีสิงคโปร์ นับถึงการจัดอันดับครั้งนี้ ได้ครองตำแหน่งประเทศที่ง่ายในการทำธุรกิจอันดับที่ 1 ของโลก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศนโยบายอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้ง่ายยิ่งขึ้น ตัดทอนความล่าช้าในระบบราชการ ขณะเดียวกันใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ทำให้ต่างชาติทำธุรกิจง่ายมาก

ส่วนกฎหมายของสิงคโปร์เป็นไปตามมาตรฐานสากล ขณะที่กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจระหว่างประเทศนิยมจะทำสัญญาทางธุรกิจในสิงคโปร์ เนื่องจากเมื่อเกิดข้อพิพาทก็จะไปขึ้นศาลที่สิงคโปร์ ดังนั้นเมื่อบริษัทไทยทำสัญญากู้เงินจากธนาคารต่างประเทศ ต้องบินไปทำสัญญาที่สิงคโปร์

สำหรับประสบการณ์ของบริษัทไทยที่ไปติดต่อทำธุรกิจในสิงคโปร์ต่างยกย่องในประสิทธิภาพ เป็นต้นว่าเมื่อโรงเบียร์เยอรมนีตะวันแดงไปลงทุนตั้งธุรกิจที่สิงคโปร์เมื่อปี 2552 กฎหมายสิงคโปร์มีข้อกำหนดว่าบาร์เหล้าเบียร์ต้องมีรางระบายน้ำ แต่ทางร้านไม่ได้ทำ ดังนั้นข้าราชการสิงคโปร์จึงสั่งการให้ แต่เมื่อทำเสร็จ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ได้บอกว่าส่งเป็นรูปถ่ายไปให้ก็ได้ เพราะเชื่อใจว่านักลงทุนจะทำตามกฎระเบียบ แต่หากส่งรูปถ่ายมาแล้ว เมื่อมาตรวจสอบไม่ตรงกับที่แจ้งเอาไว้ จะถูกลงโทษสถานหนัก

ส่วนมาเลเซียซึ่งปีที่แล้วอยู่อันดับที่ 18 ตามหลังไทย แต่ปี 2013 กลับก้าวกระโดดนำหน้าไทยหลายช่วงตัวมาเป็นอันดับที่ 12 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าการเลื่อนลำดับครั้งนี้ อุปมาอุปไมยเหมือนกับองค์กรระหว่างประเทศได้ลงมติไว้วางใจกับนโยบายปฏิรูปของมาเลเซีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับปรุงหลายด้าน เป็นต้นว่าในปีงบประมาณ 2555 ได้เปิดเสรีการลงทุนจากต่างประเทศในธุรกิจบริการ 17 สาขา เป็นต้นว่าโรงพยาบาลเอกชน บริการด้านการแพทย์และทันตแพทย์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถาปัตยกรรม บัญชีและบริการด้านภาษีอากร บริการกฎหมาย บริการขนส่งพัสดุด่วน บริการศึกษาและฝึกอบรม บริการโทรคมนาคม ฯลฯ อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นเต็ม 100%

จากการปฏิรูปเศรษฐกิจ ทำให้อันดับของปัจจัยต่างๆ ของมาเลเซียดีขึ้นมากอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการขอใช้บริการไฟฟ้าจากอันดับที่ 59 เป็นอันดับที่ 28 การจดทะเบียนทรัพย์สินจากอันดับที่ 59 เป็นอันดับที่ 33 การชำระภาษีอากรจากอันดับที่ 41 มาเป็นอันดับที่ 15 การค้าระหว่างประเทศจากอันดับที่ 29 มาเป็นอันดับที่ 11 และการขออนุญาตก่อสร้างจากอันดับที่ 113 มาเป็นอันดับที่ 96

รัฐบาลมาเลเซียได้มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการปรับปรุงให้ประเทศง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่าง่ายต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุดในโลกติดต่อกันหลายปีนั้น ไม่ใช่ประเทศตะวันตกแต่อย่างใด แต่ความจริงแล้วเป็นประเทศเพื่อนบ้าน คือ สิงคโปร์ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วตัวบทกฎหมายมาเลเซียและสิงคโปร์ก็คล้ายคลึงกัน มาจากกฎหมายอังกฤษ มิหนำซ้ำข้าราชการจำนวนมากของสิงคโปร์ ไม่ได้เป็นคนสิงคโปร์แต่อย่างใด แต่จ้างคนมาเลเซียมาเป็นข้าราชการสิงคโปร์ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่มาเลเซียจะเป็นอันดับที่ 1 ไม่ได้

รัฐบาลมาเลเซียจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ (Special Task Force to Facilitate Business) โดยมีชื่อย่อในภาษามาเลเซียว่า Pemudah ขึ้นเมื่อเดือน ม.ค. 2555 ซี่งกรรมการประกอบด้วยภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคแรงงาน เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง รวมถึงประมวลความเห็นของภาคธุรกิจเกี่ยวกับแนวทางเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน โดยกำหนดว่าในอนาคตจะต้องบรรลุเป้าหมายเป็น 10 อันดับแรกในการเป็นประเทศที่ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ