
ดูลักซ์งัดอีโมชันนอลฯบูมอิทธิพลเทรนด์สีดันตลาด
นับตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการร้านค้าวัสดุของตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ทำตลาดสีทาอาคาร ต่างคาดการณ์ว่าตลาดสีทาอาคารในภาพรวมจะสดใสขึ้น หลังผ่านพ้นช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ที่ตลาดดังกล่าวค่อนข้างชะลอตัว จากความกังวลของผู้บริโภคที่ยังห่วงเรื่องน้ำท่วมว่าจะซ้ำรอยเหมือนกับปีก่อนหรือไม่ เมื่อขณะนี้ความกังวลน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย และเชื่อว่านับจากนี้ไปจนถึงปีหน้า ตลาดวัสดุตกแต่งบ้านจะคืนความสดใสและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นับตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการร้านค้าวัสดุของตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ทำตลาดสีทาอาคาร ต่างคาดการณ์ว่าตลาดสีทาอาคารในภาพรวมจะสดใสขึ้น หลังผ่านพ้นช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ที่ตลาดดังกล่าวค่อนข้างชะลอตัว จากความกังวลของผู้บริโภคที่ยังห่วงเรื่องน้ำท่วมว่าจะซ้ำรอยเหมือนกับปีก่อนหรือไม่ เมื่อขณะนี้ความกังวลน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย และเชื่อว่านับจากนี้ไปจนถึงปีหน้า ตลาดวัสดุตกแต่งบ้านจะคืนความสดใสและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เป็นจังหวะเดียวกับที่อั๊คโซ่ โนเบล (AkzoNobel) เจ้าของผลิตภัณฑ์สีทาอาคารระดับโลกภายใต้แบรนด์ “ดูลักซ์” (Dulux) ออกมาเปิดเผยถึงแนวโน้ม หรือเทรนด์สีแห่งอนาคต “คัลเลอร์ ฟิวเจอร์ส” (Colour Futures) ในช่วงเวลานี้เป็นประจำทุกปี ด้วยเชื่อว่าเทรนด์สีที่มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามากระตุ้นให้ตลาดวัสดุและของตกแต่งบ้านคึกคักตามไปด้วย
ในปี 2556 ตำราสีแห่งอนาคตของ AkzoNobel ระบุถึงแนวคิดหลักหรือธีม (Theme) ที่เป็นแรงบันดาลใจของการใช้สีจะอยู่ภายใต้แนวคิด คือ “คอนเนกชัน” (Connections) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกแห่งชุมชน และสังคมออนไลน์ที่เกิดขึ้นมากมาย การใช้งานแอพพลิเคชันบนอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ที่ไม่เพียงแต่เชื่อมผู้คนเข้าหากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เกี่ยวพันในชีวิตประจำวันของคน และมีอิทธิพลต่อจิตใจและความต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งต่อเนื่องจากธีมหลักสีในปี 2555 ที่อยู่ภายใต้แนวคิด “ความเป็นไปได้” (Possibilities)
ขณะที่องค์ประกอบสีแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “คอนเนกชัน” ในปีหน้าจะมี 5 ส่วนผสมหลัก คือ 1.คอลเลกทีพ แพสชัน การเก็บรวบรวมสิ่งบันดาลใจ 2.สวิตชิง ออฟ การปิดเพื่อการผ่อนคลายจากภายนอก 3.เดอะ อาร์ต ออฟ อันเดอร์สแตนดิง ความเข้าใจในงานศิลปะ 4.โฮมแฟกตอรี ทำให้บ้านเป็นแหล่งผลิต ทั้งงานครัว งานบ้าน เป็นต้น และสุดท้าย 5.วิชวล โซเลส สถานที่ที่ให้ความสงบ ปลอบประโลมใจ
นอกจากนี้ สีน้ำเงินโทนม่วง หรือ อินดิโก (Indigo) จะยังเป็นสีพระเอกในปีหน้า ที่นอกเหนือจากการใช้สีอื่นๆ มาเป็นส่วนผสมที่เป็นไฮไลต์เสริมการตกแต่งอาคารให้สนุกขึ้น อาทิ สีแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง สีโทนอบอุ่นเป็นกลาง และสีโทนเย็นเป็นกลาง
จรุง กาญจนภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากแนวโน้มสีแห่งอนาคตในปีหน้า บริษัทได้นำมาปรับใช้ร่วมกับการทำตลาดด้วยเช่นกัน ด้วยการทำให้เรื่องทาสีให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก ที่สามารถสร้างความสุขให้กับทุกๆ วันของเราได้อีกด้วย ภายใต้แคมเปญใหญ่ส่งท้ายของปีนี้ คือ “Dulux Let’s Colour” โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ในการค้นหาความหมายของสีที่มีมากกว่ามองเห็น
จากแคมเปญดังกล่าว บริษัทคาดว่าจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยให้หันมาเลือกซื้อสี และทาสีด้วยตัวเองมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ตลาดสีทาอาคารมีความคึกคักมากขึ้น ขณะที่ตลาดสีทาอาคารในปี 2555 คาดว่ามีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับจีดีพีประเทศ ราว 56% หรือมีมูลค่าตลาดรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้ราว 2 หลัก โดยบริษัทยังคงครองส่วนแบ่งอันดับ 2 ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 50%
คงต้องติดตามว่ากลยุทธ์อีโมชันนอลมาร์เก็ตติง ที่นำมาใช้กับวัสดุก่อสร้างประเภทสีครั้งนี้ จะช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้ผู้บริโภคลุกขึ้นมาเปลี่ยนสีบ้าน รับกับเทรนด์จนกระตุ้นให้ตลาดสีคึกคักได้ เหมือนกับพฤติกรรมคนต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน







