
โค้งสุดท้ายปี2555...สภาพคล่องคงตึงตัว
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2555 สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2555 สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า คงมีแนวโน้มตึงตัวขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นปี 2554 ท่าม กลางสินเชื่อและเงินฝากที่คาดหมายว่าจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
การขยายตัวของสินเชื่อในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2555 น่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีแรงส่งจากโครงการซอฟต์โลนของภาครัฐเหมือนในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่แรงขับเคลื่อนหลักคงมาจากความต้องการสินเชื่อของรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อสำหรับเช่าซื้อรถยนต์ที่สอดคล้องไปกับการเข้าสู่ช่วงปลายมาตรการรถยนต์คันแรกของภาครัฐ และการทยอย ส่งมอบรถยนต์ของผู้ประกอบการยานยนต์ นอกเหนือไปจากปัจจัยด้านฤดูกาลที่สินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภคมักจะเร่งตัวขึ้นในช่วงท้ายปี จากการเข้าสู่เทศกาลสำคัญๆ ซึ่งเมื่อผนวกเข้ากับการแข่งขันนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ
รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายสิ้นปีที่วางไว้ และเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคารพาณิชย์ ที่มีแนวโน้มปรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ก็อาจหมายความถึงการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ไทย ที่อาจรักษาโมเมนตัมการเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปีไว้ได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ด้านเงินฝาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ภาพการจัดสรรเงินออมของผู้ฝากเงินในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2555 นี้ คงไม่แตกต่างจากไตรมาส 4 ของหลายๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งมักจะมีการกระจายเงินออมสู่ช่องทางการออมอื่นๆ อาทิ กองทุนรวม LTF/RMF และประกันชีวิต เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เมื่อผนวกกับการระดมเงินออมของทางเลือกการออมอื่นๆ ทั้งเงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจและหุ้นกู้ของภาคเอกชนแล้ว ก็น่าจะหนุนให้ธนาคารพาณิชย์ยังจำเป็นต้องอยู่ในสนามแข่งขันระดมเงินฝากไปจนถึงช่วงท้ายปี 2555 ด้วยการออกแคมเปญเงินฝากทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่ให้ผลตอบแทนดึงดูดใจและตอบโจทย์การออมของลูกค้า ทั้งเพื่อการรักษาส่วนแบ่งตลาดเงินฝากของตัวเอง
และเพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องไว้รองรับการขยายตัวของสินเชื่อ ตลอดจนการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินกองทุนของธนาคาร แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำตามประกาศของธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับลดลง สอดคล้องไปกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ก็ตาม
ผนวกกับปัจจัยด้านฤดูกาลที่เงินฝากมักจะเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกๆ ปี เนื่องจากเป็นช่วงปิดงวดบัญชีของบริษัทจดทะเบียนทำให้มีเงินไหลเข้ามาพักในธนาคารพาณิชย์มากขึ้น ประกอบกับผู้ฝากเงินรายย่อยนำเงินเข้าบัญชี เพื่อใช้จับจ่ายซื้อของในช่วงเข้าสู่เทศกาลสำคัญแล้ว ก็คงทำให้สภาพคล่องไหลเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง และคงสนับสนุนให้ปริมาณสภาพคล่องในภาพรวมยังคงเพียงพอสำหรับรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2555 ได้อย่างไม่เป็นประเด็นที่ต้องกังวล แม้อาจตึงตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2554 ก็ตาม
ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา คงได้แก่การส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่คงขึ้นอยู่กับพัฒนาการความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย ที่เชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นปี 2556 เพราะอาจมีผลต่อทิศทางการระดมเงินฝากและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในระยะถัดไป ขณะที่แม้ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยจะยังมีความไม่แน่นอน แต่ประเด็นด้านคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระคืนหนี้ของครัวเรือนนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่น่าเป็นกังวลอย่างชัดเจนในภาพรวม
ในขณะเดียวกันศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ณ เดือน ก.ย. 2555 สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น...จากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของเงินฝาก และการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่
ด้านสินเชื่อขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นเดือน ก.ย. 2555 ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย 8.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.71 หมื่นล้านบาท จาก 8.17 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2555 หรือเติบโต 13.89% เนื่องจากมีความต้องการสินเชื่อในทุกภาคส่วน นำโดยกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีความต้องการเบิกใช้สินเชื่อรถยนต์และที่อยู่อาศัย ตลอดจนความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ด้านเงินฝาก สิ้นเดือน ก.ย. 2555 มียอดเงินฝากรวม 9.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.36 แสนล้านบาท จาก 8.78 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2555 หรือเติบโต 28.01%
ขณะที่ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 1.62 หมื่นล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหดตัวลง 47.98% เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ออกหุ้นกู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเงินกองทุน
ทั้งนี้ เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวน 9.85 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.53 แสนล้านบาท จากระดับ 9.6 ล้านล้านบาท ในเดือน ส.ค. 2555 หรือเติบโต 13.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยปรับเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการเติบโตของเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ซึ่งสูงกว่าการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ
ด้านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2555 อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 86.85 ลดลงจาก ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2555 ซึ่งอยู่ที่ 88.21%
สรุป สภาพคล่อง 9 เดือนแรกของปี 2555 : เงินให้สินเชื่อสุทธิ เพิ่มขึ้น 7.2 แสนล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 9.55 จาก ณ สิ้นปี 2554 ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้น 1.78 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.54% จาก ณ สิ้นปี 2554 ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมลดลง 8.86 แสนล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2554 ส่งผลให้ผลรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 8.91 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.94% จาก ณ สิ้นปี 2554
สภาพคล่องในธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2555 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2554 สะท้อนภาพที่ผ่อนคลายมากขึ้น โดยสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ตามความหมายกว้างปรับเพิ่มขึ้นราว 2.71 แสนล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี จากระดับประมาณที่ 2.35 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2554 สอดคล้องกับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ เมื่อพิจารณาผ่านด้านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากที่รวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม(Gross Loans to Deposits and Borrowings) ที่ลดลงจาก 87.26% ณ สิ้นปี 2554 มาที่ระดับ 86.85% ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2555 อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องในเดือน ก.ย.นี้เป็นหลัก







