
เอซุสเปิดตัวยอดสมาร์ตโฟน"แพดโฟน 2"
เอซุสเปิดตัว สมาร์ตโฟน "แพดโ ฟน2" ที่มาพร้อมสเตชั่นที่เปลี่ยนโทรศัพท์ให้กลายเป็นแท็บเล็ตได้ทันที
เอซุสเปิดตัว สมาร์ตโฟน "แพดโ ฟน2" ที่มาพร้อมสเตชั่นที่เปลี่ยนโทรศัพท์ให้กลายเป็นแท็บเล็ตได้ทันที
ต้องถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ทำให้ค่ายสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตหลากค่ายอาจจะมีอาการร้อนๆ หนาวๆ กันบ้าง กับการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่จากเอซุสกับ แพดโฟน 2 (PadFone 2) ซึ่งเป็นผลงานชิ้นที่สองของเอซุส หลังจากปล่อยตัวแพดโฟนออกมาเริ่มทำความรู้จักกันตั้งแต่เมื่อต้นปี การเปิดตัวครั้งนี้พาสื่อไทยไปเปิดตัวไกลกันถึงไต้หวันเลยทีเดียว
การเผยโฉมสมาร์ตโฟน หรือแพดโฟน 2 นี้ ได้รับการต่อยอดและพัฒนาให้เหนือกว่ารุ่นก่อน ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ รูปร่างเพรียวบาง ที่ต้องเรียกว่าทั้งบางและเบาด้วยน้ำหนัก 649 ก. จุดเด่นของความเป็นแพดโฟนคือ นอกจากมีตัวสมาร์ตโฟนแล้ว ให้เข้าชุดก็ต้องมาพร้อมกับแพดโฟน สเตชั่น ให้ประกอบร่างเพื่อขยายจอการทำงานราวกับแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง รูปแบบการใช้งานที่ง่ายเพียงสไลด์ตัวสมาร์ตโฟนไว้ด้านหลังของสเตชั่นก็สามารถที่จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองชิ้นให้พร้อมทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 ที่สามารถอัพเกรดให้เป็น 4.1 หรือเจลลี่ บีน (Jelly Bean) ได้อีกด้วย พร้อมหน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุดที่เร็วและแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon S4 Cortex A15 Class Quad-Core 1.5 GHz ความจุ 32GB หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว
ส่วนแพดโฟน สเตชั่นนั้นขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้ว พร้อมลำโพงขนาดใหญ่ด้วยพลังเสียงโซนิกมาสเตอร์ ความละเอียดของกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออุปกรณ์ทั้งสองเชื่อมต่อกันจะเพิ่มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น จึงเป็นอีกนวัตกรรมที่น่าจับตามองว่าจะสามารถครองตลาดสมาร์ตโฟนและครองใจกลุ่มเป้าหมายได้หรือไม่ โดยแพดโฟน 2 ที่ว่านี้ยังมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าด้วยการรองรับการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ได้เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมตระกูลไมโครซอฟท์ทั้งหลาย เพาเวอร์พอยต์ เอ็กเซล ที่สะดวกต่อการทำงาน
สำหรับใครที่อยากจะสัมผัสทดลองประสิทธิภาพก่อนตัดสินใจซื้อก็สามารถ เพราะบริษัท อัสซุสเทค ได้มีการวางแผนการตลาดที่จะเปิด Experience zone เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้สัมผัสกับเจ้าสมาร์ตโฟนตัวนี้ได้ทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อ โดยที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในไทยประมาณสิ้นปีนี้ ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 25,000 บาท







