
ซาบีน่าปักธง ตะลุยอาเซียน
ซาบีน่าลุยสร้างแบรนด์ตลาดอาเซียน ตั้งเป้าขยายสาขาครบ 10 ประเทศ ปี 2558 ดันยอดส่งออกแตะ 20%
ซาบีน่าลุยสร้างแบรนด์ตลาดอาเซียน ตั้งเป้าขยายสาขาครบ 10 ประเทศ ปี 2558 ดันยอดส่งออกแตะ 20%
นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในยี่ห้อซาบีน่า เปิดเผยว่า บริษัทจะเดินหน้ารุกตลาดอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยเจรจาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และบรูไน จากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้เปิดตัวที่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์แล้ว
ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การผลิตและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ภายในปี 2558 ซึ่งจะส่งผลรายได้จากการส่งออกสินค้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 20% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5%
“แบรนด์ชุดชั้นในจากประเทศไทยจะได้รับการตอบรับ เนื่องจากไทยเป็นผู้นำด้านการออกแบบ ฝีมือการตัดเย็บที่ดี รวมถึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานทันตามฤดูกาล การเปิดเออีซีปี 2558 ถือเป็นโอกาสทางการตลาดของแบรนด์ไทยที่จะเติบโตในตลาดโลก” นายบุญชัย กล่าว
ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนต่อยอดไปยังตลาดอินเดียด้วย นอกจากนี้ ยังสำรวจตลาดอาเซียน พบว่า ในแต่ละประเทศมีแบรนด์ชุดชั้นในที่แข็งแกร่งเพียง 1-2 แบรนด์ เมื่อเทียบกับประเทศไทยมีสินค้าที่หลากหลายให้เลือก ทำให้การเปิดตลาดของบริษัทในแต่ละประเทศมียอดขายเติบโตกว่า 100% ทุกเดือน
สำหรับภาพรวมการแข่งขันในประเทศไทยนั้น ผู้ประกอบการจะแข่งขันกันรุนแรง ทั้งการออกสินค้าใหม่ การลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยคาดว่าภาพรวมตลาดชุดชั้นในสตรีกลุ่มพรีเมียมจะเติบโต 10% ในปีนี้ จากมูลค่าตลาด 1.2 หมื่นล้านบาทปีก่อน
บริษัทจะใช้งบทำตลาด 100 ล้านบาท เพื่อรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้ 2,100 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,900 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 16% รองจากวาโก้ที่มีส่วนแบ่ง 33% ซึ่งหลังการเปิดเออีซีปี 2558 บริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 20%
ขณะที่ปีหน้าจะเพิ่มความถี่ในการออกสินค้า เฉลี่ยเดือนละ 34 รุ่น เน้นสินค้ากลุ่มวัยรุ่น เพื่อสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าในระยะยาว และเปิดช็อปเพิ่มอีก 10 ช็อป จากปัจจุบันมี 50 ช็อป
นายบุญชัย กล่าวว่า การรุกตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดขายประมาณ 2,100 ล้านบาท เติบโต 15% เทียบกับปีที่ผ่านมา 1,900 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 2 สัดส่วน 16% รองจากวาโก้ 33% โดยหลังการเปิดเออีซีปี 2558 บริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มเป็น 20%







