
ลงทุนหนุนจีดีพี 3จี พยุงเศรษฐกิจไทย
ลงทุนหนุนจีดีพี3G ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปดูเหมือนจะแย่กว่าที่คาด ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
โดย...รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์
ลงทุนหนุนจีดีพี3G ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปดูเหมือนจะแย่กว่าที่คาด ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ “ไอเอ็มเอฟ” (International Monetary Fund : IMF) ต้องปรับลดเป้าผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ “จีดีพี” (Gross Domestic Product : GDP) ของประเทศต่างๆ ลงจากที่เคยพยากรณ์ไว้ในไตรมาสก่อน ทำให้เห็นว่า “ไม้ตาย” ที่ประเทศตะวันตกงัดออกมาใช้ในระยะนี้ ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าจะช่วยแก้สถานการณ์เศรษฐกิจให้ดีขึ้นในเร็วๆ วันนี้
รายงานล่าสุดของไอเอ็มเอฟที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คาดหมายการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากที่เคยประมาณการไว้เมื่อเดือน ก.ค.ปีนี้ โดยเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจถูกปรับลดไป 0.2% ในปีนี้ และคาดว่าจะเติบโต 3.3% ในขณะที่การคาดการณ์เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกอย่างสหรัฐ ก็ถูกปรับลดไปเล็กน้อยในปีหน้า และคาดว่าจะโตเพียง 1.3% ในปีนี้ และ 1.5% ในปีหน้า ขณะที่ยูโรโซนก็ถูกลดเป้าและคาดว่าจะประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้ รวมทั้งอังกฤษที่มีเศรษฐกิจอันดับ 2 ในยุโรปแต่ไม่อยู่ในยูโรโซนก็จะมีเศรษฐกิจที่ถดถอยเช่นกัน
ในส่วนอื่นๆ ของโลกก็ถูกปรับเป้าจีดีพีลดลงแทบทั้งหมดทั้งญี่ปุ่น จีน อินเดีย และประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย ตลอดจนประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตมากๆ อย่างรัสเซียและบราซิล ก็ถูกลดเป้าลงเช่นกัน ทำให้เห็นว่ากำลังซื้อที่ลดลงในยุโรปส่งผลกระทบไปทั่วโลกให้ต้องลดเป้าหมายการส่งออก และหวังพึ่งการบริโภคภายในและการลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคนั้นๆ
ถ้าอยากเห็นผลเร็วๆ การกระตุ้นการบริโภคภายในจะเห็นผลที่เร็วกว่าการลงทุน แต่อาจสร้างปัญหาในระยะยาว เพราะค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการกระตุ้นการบริโภคเป็นต้นทุนที่ใช้หมด และเป็นเรื่องลำบากที่จะต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต ในขณะที่เงินที่ใช้ไปในตอนนี้ส่วนหนึ่ง (และอาจเป็นส่วนใหญ่ในงบประมาณ) มักจะได้จากการกู้ยืมซึ่งต้องชดใช้ในอนาคต
การลงทุนแม้จะสร้างภาระให้กับประเทศในระยะสั้น และต้องใช้เงินมหาศาลจากการกู้ แต่สามารถทำให้เกิดการจ้างงานทั้งในระหว่างการก่อสร้างและเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น โครงการที่ประสบความสำเร็จจะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศและพลเมืองในประเทศ ทำให้เกิดการเติบโตและเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้จำกัดในภาครัฐเท่านั้น การลงทุนในภาคเอกชนทั้งไม่เป็นภาระของรัฐและมักจะมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากกว่าการลงทุนของรัฐบาล ซึ่งเป็นภาระงบประมาณและมักไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะมักให้ความสำคัญกับ “ขั้นตอน” มากกว่า “เนื้อหา” และการตัดสินใจมักจะล่าช้า ทำให้ได้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่ล้าสมัยจากผู้ผลิตที่อาจจะมีประวัติไม่ดีแต่สามารถ “สู้ราคา” ได้ เพราะใช้ของถูกคุณภาพต่ำ
การประมูล 3จี ซึ่งในที่สุดก็ได้เริ่มเคาะราคากันในวันอังคารที่ 16 ต.ค. 2555 หลังจากที่ “ล้าหลัง” กว่าประเทศอื่นๆ เป็นเวลามากกว่า 10 ปี และเสียโอกาสจากที่เกือบได้ประมูลเมื่อ 23 ปีที่แล้ว ซึ่งเราคงไม่ต้องไปรื้อฟื้นว่าเสียหายไปเท่าไร เพราะทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าเป็น Sunk Cost หรือต้นทุนที่จมหายไปแล้ว ไม่สามารถจะ “กู้” หรือเรียกคืนกลับมาได้
คงต้องขอให้ผู้ที่คัดค้านและสนับสนุนทั้งหลายมองไปข้างหน้าถึงผลประโยขน์ที่ประชาชนและประเทศจะได้รับเมื่อโครงการนี้ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งไม่เพียงจะเป็นการลงทุนที่จะช่วยพยุงจีดีพีที่อาจโตไม่ถึงเป้าในปีนี้และปีหน้าแล้ว ยังเป็นการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลจากภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยสร้างศักยภาพในการทำธุรกิจตลอดจนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนดีขึ้น รวมทั้งจะช่วยสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศให้สูงขึ้น
ถ้าอยากให้ “สังคมออนไลน์” เจริญขึ้น ก็คงต้องใช้ “สังคมออนไลน์” เป็นเครื่องมือสกัดกั้นความพยายามของพวกที่ชอบใช้ข้ออ้างต่างๆ “ถ่วงความเจริญ” ของประเทศ







