
ดึงเฟส3สุวรรณภูมิ
นายกฯสั่งแก้ใหม่หลังข้อมูลเก่าคมนาคมจัดเวิร์กช็อป29ต.ค.นี้
นายกฯสั่งแก้ใหม่หลังข้อมูลเก่าคมนาคมจัดเวิร์กช็อป29ต.ค.นี้
“ยิ่งลักษณ์” สั่งทบทวนแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 3-4 ใหม่ เน้นความต้องการของผู้ใช้บริการ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งนายกฯ ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทบทวนแผนการพัฒนาสุวรรณภูมิ ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความแออัดเหมือนที่ผ่านมา โดยข้อมูลประกอบการจัดทำพิมพ์เขียวแผนพัฒนาสุวรรณภูมิฉบับใหม่ดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2556
นอกจากนี้ การปรับแก้ดังกล่าวยังเกิดจากแผนพัฒนาฉบับเดิมได้จัดทำมานานถึง 8 ปี ซึ่งอาจมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ดังนั้นจึงได้สั่งการให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการขึ้นในวันที่ 29 ต.ค.นี้ เพื่อเปิดเวทีให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และแนวโน้มการขยายธุรกิจ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูล
“เราต้องมาตั้งโจทย์ใหม่ให้ถูกก่อนว่า ในอนาคตอีก 8 ปี หรือ 10 ปี จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิจำนวนเท่าใด ยังเป็นตัวเลข 100 ล้านคนตามคาดหรือไม่ และจำเป็นต้องเร่งรัดระยะเวลาการก่อสร้างเฟส 3 และเฟส 4 ให้เร็วขึ้นหรือไม่” นายจารุพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นสายการบินพาณิชย์ สมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อให้รู้ถึงจำนวนนักท่องเที่ยวอนาคต และจะต้องนำข้อมูลแนวทางพัฒนาสนามบินของประเทศชั้นนำทั่วโลกมาเปรียบเทียบ และปรับใช้กับการจัดทำแผนพัฒนาสุวรรณภูมิของไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมเวิร์กช็อปดังกล่าว จะระดมความเห็นเพื่อหาแผนการพัฒนาสนามบินระยะสั้นช่วงไตรมาสสุดท้าย เพื่อรองรับฤดูการท่องเที่ยว
นายจารุพงษ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าไปดูแลเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยนำข้อมูลด้านการักษาความปลอดภัยจากต่างประเทศมาเปรียบเทียบกับไทยว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังต้องปรับปรุงอะไรบ้าง นอกจากนี้ ในการจัดทำแผนพัฒนาดังกล่าวจะครอบคลุมถึงแผนสำรองไฟฟ้า ประปา และน้ำมันสำรองสำหรับเติมเครื่องบิน แผนการเตือนภัย เป็นต้น
ด้านนายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในช่วงไฮซีซันนี้ ทาง ทอท.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการและการใช้บริการมาหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือช่วงพีก ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 20.0023.00 น. โดยจะประชุมร่วมกับกรมการบินพลเรือน (บพ.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ซึ่งอาจเจรจากับสายการบินให้ย้ายการให้บริการเที่ยวบินมาให้บริการช่วงเช้าและช่วงค่ำมากขึ้น เพื่อบรรเทาความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ
“ในปีหน้าเราจะเพิ่ม ระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวน 16 เครื่อง และได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อบริการผู้โดยสารอีก 200 คน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจหนังสือเดินทาง ซึ่งทำให้การให้บริการของสุวรรณภูมิรวดเร็วขึ้นมาก” นายสมชัย กล่าว







