
ผุดจอยักษ์โฆษณารถไฟใต้ดิน
บีเอ็มเอ็นเล็งทุ่ม30ล้านบาท ชี้คนกรุงชอบภาพเคลื่อนไหว
บีเอ็มเอ็นเล็งทุ่ม30ล้านบาท ชี้คนกรุงชอบภาพเคลื่อนไหว
บีเอ็มเอ็น เล็งลงทุน 30 ล้าน ผุดจอโฆษณายักษ์ หลังเห็นคนใช้รถไฟใต้ดินกำลังซื้อสูง กลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์เริ่มสนลงโฆษณาเพิ่ม
นางทิพย์สุดา ยิ้มวิไล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์ค หรือบีเอ็มเอ็น เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทเตรียมลงทุนเพิ่มอีกอย่างน้อย 30 ล้านบาท ในการนำจอยักษ์ความสูงประมาณ 1.5 เมตร เข้ามาใช้เป็นสื่อโฆษณาแบบภาพเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เบื้องต้นจะทดลองใน 3 สถานีสำคัญ เช่น สุขุมวิท สีลม พระราม 9 ซึ่งเป็นสถานีที่มีผู้ใช้บริการมาก และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการขายโฆษณาได้
ทั้งนี้ จากการทำวิจัยเชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน จำนวน 900 คน ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน รับรู้ จดจำ และชื่นชอบสื่อโฆษณาแบบภาพเคลื่อนไหวมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังพบว่าสื่อดังกล่าวยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุดด้วย ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาปีนี้เติบโต 20-30% จากยอดโฆษณาผ่านจอภาพเคลื่อนไหวบริเวณชานชาลา
ด้านนายเอกลักษณ์ ยิ้มวิไล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มเอ็น กล่าวว่า บริษัทแม่ บีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน เพิ่งมีการติดตั้งจอภาพเคลื่อนไหวบริเวณชานชาลา 18 สถานี และในรถไฟฟ้า 19 ขบวน รวม 607 จอ เมื่อปี 2553
ขณะเดียวกันยังพบว่ามีแนวโน้มความต้องการลงโฆษณาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ เนื่องจากมีผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคสนใจมาโฆษณามากขึ้น จากก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้ากลุ่มองค์กรเป็นหลัก
สำหรับจอยักษ์ที่จะนำเข้ามา จะเป็นการโฆษณาอย่างเดียว จากปัจจุบันหน้าจอบริเวณชานชาลาจะมีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟฟ้าขบวนถัดไป และเป็นโฆษณา ซึ่งจอยักษ์จะทำให้มีเนื้อหาโฆษณาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
งานวิจัยดังกล่าวยังพบว่าผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินมีกำลังซื้อสูงมาก โดยเฉพาะผู้ใช้บริการบริเวณสถานีห้วยขวาง ศูนย์วัฒนธรรมฯ และบางซื่อ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายอดโฆษณาในพื้นที่ 3 สถานีดังกล่าวกลับน้อยมาก โดยเฉพาะสถานีห้วยขวางมีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับ 3 และมากกว่าสถานีสีลม แต่กลับมียอดการโฆษณาที่ต่ำกว่าสถานีสีลมมาก ซึ่งตั้งเป้าให้งานวิจัยครั้งนี้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับเอเยนซีโฆษณาเพื่อสร้างทัศนคติใหม่
ทางด้านรายได้ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 280-300 ล้านบาท เติบโต 30-35% ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการโฆษณา 180-200 ล้านบาท เติบโต 20% ที่เหลือเป็นรายได้จากการให้เช่าสัญญาณโทรศัพท์และค้าปลีกเมโทรมอลล์ ที่ปัจจุบันมี 4 แห่ง และปีหน้าเตรียมเปิดอีก 2-3 แห่ง







