posttoday
Yield Curve ขยับตัวขึ้นลง อยู่ในช่วงแคบๆ

Yield Curve ขยับตัวขึ้นลง อยู่ในช่วงแคบๆ

23 มีนาคม 2553

....สมาคมตลาดตราสานหนี้ไทย

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (1519 มี.ค. 2553) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,261,666.34 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 652,333.27 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์ พบว่ามูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 294,048.86 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.02% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้น พบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 235,271.32 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 80.01% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 1.95% ตามมาด้วย ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 28,311.88 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.63% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 29.65% ต่อมาเป็น พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 27,125.56 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.22% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 4.44% ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 2,558.03 ล้านบาท และ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 177.95 ล้านบาท

สำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็นสามอันดับแรก เมื่อแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้มีดังต่อไปนี้ คือ ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB155A, LB196A และ LB145B มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 15,597.06 ล้านบาท 3,469.85 ล้านบาท และ 2,064.44 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และ พันธบัตรองค์กรภาครัฐ ปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB10407A, CB10405A และ CB10916B มูลค่า 60,105.11 ล้านบาท 59,362.25 ล้านบาท และ 12,546.08 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับ หุ้นกู้ภาคเอกชน นั้น ปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) (TLT104A (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 453.76 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH113A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 288.96 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC113A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 264.46 ล้านบาท ตามลำดับ

การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ขยับตัวขึ้นลงอยู่ในช่วงแคบๆ โดยสามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุพันธบัตรรัฐบาลได้ดังนี้ คือ พันธบัตรอายุคงเหลือ 1 ถึง 6 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่างลบ 1 ถึงบวก 1 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่างลบ 2 ถึงบวก 3 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 5 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่างลบ 1 ถึงบวก 2 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณลบ 1 bp.

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ