
Yield Curve ระยะสั้นเพิ่ม ระยะยาวลด
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 390,987 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 78,197 ล้านบาท
โดย...สมาคมตราสารหนี้ไทย
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 390,987 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 78,197 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 7% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 78% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 305,585 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 64,624 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 7,240 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB21DA (อายุ 9.2 ปี) LB176A (อายุ 4.85 ปี) และ LB145B (อายุ 1.6 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 9,789 ล้านบาท 9,627 ล้านบาท และ 9,488 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB12O24A (อายุ 15 วัน) CB13103B (อายุ 91 วัน) และ CB12N01D (อายุ 28 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 48,814 ล้านบาท 42,219 ล้านบาท และ 31,229 ล้านบาท ตามลำดับ
ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เอ็ม บี เค (MBK137A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 552 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) (TLT138A (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 451 ล้านบาท และ หุ้นกู้ของ บริษัท ธนาคารกรุงไทย (KTB19OA (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 404 ล้านบาท
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารระยะอายุน้อยกว่า 1 ปี หรือเพิ่มขึ้น ในช่วงประมาณ +2 ถึง +5 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ในขณะที่อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงในพันธบัตรอายุ 3 ปีขึ้นไปในช่วง- 1 ถึง- 10 Basis Point ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยนักลงทุนยังกังวลถึงปริมาณพันธบัตรรัฐบาล (Supply) ในช่วงที่เหลือของปี 2555 ซึ่งอาจมีน้อยกว่าความต้องการของตลาด ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในพันธบัตรระยะกลางถึงระยะยาวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน นอกจากนี้นักลงทุนยังคงติดตามและสนใจสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน 13,101 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิ 6,287 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อย ในสัปดาห์นี้มียอดซื้อสุทธิ 397 ล้านบาท







