
ทองไทยถูกกดดันด้วยค่าเงินบาท
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำต่างประเทศในทิศทางขาขึ้น
โดย...นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำต่างประเทศในทิศทางขาขึ้น กล่าวคือ ราคาทองคำในตลาดโลกค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างช้าๆ จากระดับ 1,760 เหรียญ ขึ้นมาในเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจนมาทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,795 เหรียญ
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ การที่ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นโดยตลอดในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน โดยหลุดจากระดับ 30.90 บาท/ดอลลาร์ ลงมาที่ระดับ 30.57 บาท/ดอลลาร์ จึงกดดันทำให้ราคาทองคำเองไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้เลย เพราะว่าการแข็งค่าของเงินบาททุกสิบสตางค์มีผลกดดันราคาทองคำถึง 85 บาท/บาททองคำ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทองคำในรูปเงินบาทในสองสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวน้อยมากบวกลบในเกณฑ์ 70 บาท/บาททองคำเท่านั้น ทุกครั้งที่ทองต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น ราคาค่าเงินบาทไทยก็มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่ามีการเคลื่อนตัวตามติดเป็นรายนาทีเลยก็ว่าได้
โดยภาพรวมของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเนื่องมาจากการที่มีเงินลงทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นเป็นหลัก รวมทั้งไหลเข้าในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด ซึ่งก็มาจากมาตรการ QE 3 ที่เฟดเพิ่งประกาศออกมา ในขณะที่ก็มีเงินไหลเข้ามาในตลาดทองคำเช่นเดียวกัน ทั้งสองส่วนจึงเป็นลักษณะสวนกันไปมา และเป็นตัวแปรที่ทำให้การลงทุนในทองคำแท่ง และ Gold Futures ทำได้ยากขึ้น ลงทุนยาก คือทำกำไรได้ยากขึ้นนั่นเอง อันจะเห็นจากองค์รวมของการเคลื่อนไหวเป็นไปตามทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ ทั้งในทางผันผวนที่ตรงกันข้ามและในทิศทางเดียวกัน
ดังนั้นในรูปของการลงทุนในภาพหลักในขณะนี้จึงอยู่ที่ประเด็นของราคาในรูปของเงินบาทที่ไปไหนได้ไม่ไกลนัก ซึ่งนักลงทุนก็คงจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนใน Gold Futures ให้เคลื่อนไหวเหมาะสมตามสภาพตลาดที่ค่อนข้างผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์อยู่ในขณะนี้นั่นเอง
ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดีขึ้น
ราคาทองคำในคืนวันศุกร์มีแรงเทขายทำกำไร ที่ตัวเลขคนว่างงานปรับตัวลดลง ทำให้ภาพรวมจึงดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้จะเป็นชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็ทำให้มีการแกว่งตัวของราคาทองคำ แต่ก็เป็นการปรับตัวลงทึ่ไม่ลึกนัก และยังสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 1,780 เหรียญได้
สิ่งที่นักลงทุนในตลาดให้ความสำคัญมากขึ้นคือ การที่สเปนจะขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากอีซีบีหรือไม่อย่างไรในสัปดาห์นี้ ซึ่งยังเป็นตัวแปรที่กดดันการขับเคลื่อนของราคาทองคำที่มีการผันผวนตามทิศทางของข่าวอยู่ตลอดเวลา ในตลาด Gold Futures เองจะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาลดลงมาอย่างมากและไม่ค่อยเคลื่อนไปในทางใด เนื่องจากภาวะของค่าเงินบาทดังกล่าวข้างต้น และปริมาณการซื้อขาย Gold Futures ลดลงจากระดับประมาณ 16,000 คู่สัญญา/วัน เหลือประมาณ 12,000 คู่สัญญา/วัน เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามสภาพการเล่นที่ตลาดมีความผันผวนน้อยลง ปริมาณการซื้อขายจึงน้อยลงตาม และจะเห็นจากสัญญาขนาดเล็กแบบ 10 บาท เริ่มมีปริมาณสูงขึ้นในอัตราส่วน 2:3 ซึ่งเป็นอัตราส่วนของสัญญาขนาดเล็กแบบ 10 บาท ต่อสัญญาขนาดใหญ่แบบ 50 บาท นั่นหมายความว่า คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายของ Gold Futures ได้ปรับตัวลดลง
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำดูจะเคลื่อนตัว Sideway Up ช้าลงเนื่องจากรับรู้ข่าวโดยส่วนใหญ่จากมาตรการของเฟดและอีซีบีไปแล้ว การที่ราคาค่อยๆ ขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 1,800 เหรียญ ที่ถือว่าเป็นแนวต้านสำคัญ และเป็นจุดที่นักลงทุนระยะสั้นมีการขายทำกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าสู่การบริหารพอร์ตให้สมดุล
นอกจากนี้ กราฟทางเทคนิคในระยะสั้นและระยะยาวเริ่มมีลักษณะทางเทคนิคที่ผันผวนแตกต่างกัน เนื่องจากนักลงทุนในระยะยาวยังมีการลงทุนเป็นแนวโน้มขาขึ้น ในขณะที่นักลงทุนในระยะสั้นเป็นการลงทุนตามความผันผวนสลับกันระหว่างแรงซื้อและแรงขาย
แนวโน้มของแนวรับสำคัญจะอยู่ที่ระดับ 1,770 เหรียญ ในขณะที่แนวต้านจะอยู่ที่ระดับ 1,795 เหรียญ จึงยังแนะนำให้นักลงทุนในระยะสั้นขายทำกำไรบริเวณแนวต้านสำคัญ และเข้าช้อนซื้อบริเวณ 1,765-1,770 เหรียญ ซึ่งถือเป็นแนวรับที่สำคัญในระยะสั้น โดย MTS Gold ไม่คิดว่า ราคาจะปรับลงลึก ซึ่งจะเห็นได้จากการตอบรับข่าวตัวเลข Non-Farm Payrolls เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สรุปได้ว่า แนวโน้มในสัปดาห์นี้ยังเป็นการค่อยๆ ปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ เช่นเดิม สนใจการลงทุนในระบบ Gold Online และ Gold Futures กับ MTS Gold ติดต่อได้ที่ Call Center 02-222-6222







