
มิสทินทุ่ม70ล.กระตุ้นกำลังซื้อ
หวั่นไตรมาสสุดท้ายยอดวูบ เชื่อสิ้นปีฟันรายได้1.2หมื่นล.
หวั่นไตรมาสสุดท้ายยอดวูบ เชื่อสิ้นปีฟันรายได้1.2หมื่นล.
มิสทิน ห่วงกำลังซื้อไตรมาสสุดท้ายยอดชะลอ โดยเฉพาะภาคใต้ เร่งเครื่องอัดงบตลาดอีก 70 ล้าน กระตุ้นยอดปลายปี
นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง “มิสทิน” เปิดเผยว่า แนวโน้มการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย คาดว่า จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่ไม่เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมองว่ากำลังซื้อโดยรวมทั่วประเทศจะลดลง 4% ขณะเดียวกันในพื้นที่ภาคใต้คาดว่าจะลดลงมากกว่า 7% เนื่องจากราคายางที่ตกต่ำ
ขณะที่ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจากเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ 3% โดยสินค้ากลุ่มที่เติบโต ได้แก่ เมกอัพ เติบโต 11% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้าย เน้นขยายฐานสมาชิก และกระตุ้นยอดซื้อสินค้าผ่านแคมเปญโปรโมชันต่างๆ และการโฆษณาผลิตภัณฑ์ใหม่แป้งผสมครีมรองพื้น มิสทิน เลดี้ เอ็ม วีเชพ เอสพีเอฟ 25 พีเอ++ โดยมี อั้มพัชราภา ไชยเชื้อ เป็นพรีเซนเตอร์
สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้าย มิสทินใช้งบประมาณกว่า 70 ล้านบาทในส่วนแคมเปญโฆษณาล่าสุด พร้อมเดินสายโรดโชว์เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยนำแป้งตลับเพชร มูลค่ากว่า 35 ล้านบาท ที่สร้างสรรค์โดยบริษัท บิวตี้ เจมส์ ไปจัดแสดงด้วย เชื่อว่าจะกระตุ้นความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย และช่วยขยายฐานสมาชิกในไตรมาสสุดท้ายให้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมิสทินมีสมาชิกกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทจะเปิดมิสทิน บิวตี้ ช็อป แห่งแรก ที่รามคำแหง ซึ่งเป็นการปรับปรุงร้านจำหน่ายสินค้าเดิม ให้เป็นร้านต้นแบบสำหรับดำเนินธุรกิจมิสทินทั้งการซื้อสินค้า การชำระเงิน การสมัครสมาชิก การตรวจสอบคะแนนสะสม เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า และผู้แทนจำหน่ายให้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะขยายรูปแบบร้านช็อป อิน ช็อป ในร้านวัตสัน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้ามิสทินได้ง่ายขึ้น
นายดนัย กล่าวด้วยว่า ได้แยกการดำเนินธุรกิจมิสทินกับฟาริส บาย นาริส ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะมีฐานตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าของบริษัทให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีรายได้รวม 1.2 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ และเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านบาทใน 5 ปีนับจากนี้ หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน







