
บีโอไอหนุนนักลงทุนไทยมุ่ง3ประเทศ
บีโอไอ ดันนักลงทุนไทยไปเวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย เล็งจ้างที่ปรึกษากฎหมายเพิ่มสะดวกนักลงทุน
บีโอไอ ดันนักลงทุนไทยไปเวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย เล็งจ้างที่ปรึกษากฎหมายเพิ่มสะดวกนักลงทุน
นางวาสนา มุทุตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในการสัมมนาเรื่องโอกาสผู้ประกอบการไทยกับการลงทุนต่างประเทศ ว่า บีโอไอตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศช่วง 35 ปีข้างหน้า ใน 3 ประเทศเป้าหมาย คือ พม่า เวียดนาม และอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด
นอกจากนี้ บีโอไอยังเตรียมจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่สนใจไปลงทุน โดยกำลังกำหนดรูปแบบของการจ้างว่าจะจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือจ้างตามจำนวนโครงการที่เข้าไปลงทุนทั้งนี้ บีโอไอหารือกับบริษัทที่ปรึกษากฎหมายแล้ว 2 ราย คาดว่าดำเนินการจ้างได้ในปีงบประมาณ 2556 โดยเป็นบริษัทกฎหมายไทยที่นักกฎหมายต่างชาติทำงานด้วยและอีกบริษัทมีสาขาหรือพันธมิตรใน 3 ประเทศดังกล่าว เพื่อให้คำปรึกษากฎหมายท้องถิ่น เนื่องจากกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านเปลี่ยนแปลงบ่อย
“บริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศก็ประสบปัญหาในด้านกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ที่กฎหมายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การทำธุรกิจจึงต้องมีที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย หรือผู้ประกอบการใหม่ที่ต้องการเข้าไปลงทุนก็ต้องการข้อมูลด้านกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี” นางวาสนา กล่าว
นอกจากนี้ยังเห็นว่าหากผู้ประกอบการสนใจไปลงทุนต่างประเทศไม่ควรจะรอนโยบายส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศของบีโอไอ เพราะบีโอไอให้สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนต่างประเทศไม่ได้ โดยทำได้เพียงการอำนวยความสะดวก
ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังปรับปรุงการเก็บภาษีเงินได้ที่เกิดจากการนำกำไรจากต่างประเทศเข้ามาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเชื่อว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังจะได้ข้อสรุปในอีกไม่นาน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2550-2555 พบว่านักลงทุนไทยไปลงทุนพม่ามากที่สุด มูลค่าการลงทุน 5,970 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงทุนในกิจการเหมืองแร่และขุดเจาะปิโตรเลียม ประมงและอาหารทะเล รองมาเป็นสิงคโปร์ มูลค่าลงทุน 3,708 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงทุนด้านการเงิน บริษัทร่วมทุน ค้าส่ง ค้าปลีก ตามด้วยฮ่องกง 2,639 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงทุนด้านการเงิน บริษัทร่วมทุน ค้าส่ง ค้าปลีก แคนาดา 2,378 ล้านเหรียญสหรัฐลงทุนด้านปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์







