
เทพชัยทวงเงินสั่งลาไทยพีบีเอส
เสนอขยายเพดานงบ2,000ล้านบาทลุยสื่อวิทยุทีวีดิจิตอลพร้อมหวนทำสื่อ
เสนอขยายเพดานงบ2,000ล้านบาทลุยสื่อวิทยุทีวีดิจิตอลพร้อมหวนทำสื่อ
“เทพชัย” ทิ้งทวนไทยพีบีเอส ทวงเงินรัฐบาล เสนอขยายเพดานงบเพิ่มจาก 2,000 ล้าน รับทีวีดิจิตอล ขยายสื่อวิทยุทวงเงินทิ้งทวน
นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงรัฐบาล กระทรวงการคลัง เพื่อขยายเพดานเงินงบประมาณรายปีเพิ่มอีก 12% จากเดิมมีรายได้จากภาษีเหล้าบุหรี่ ในสัดส่วน 1.5% หรือไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ และได้ยื่นหนังสือถึง รมว.คลัง ในรัฐบาลชุดที่แล้ว รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีเงินทุนประเดิมเริ่มต้นขององค์การอีก 340 ล้านบาท ที่ออกเป็นมติคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การขอเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อขยายการเข้าถึงสื่อสาธารณะของคนหลากหลายกลุ่มให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และเสนอขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุจาก กสทช.ไปแล้ว คาดว่าจะใช้งบดำเนินงานปีละ 100 ล้านบาท รวมทั้งสนใจดำเนินการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลที่ กสทช.จะเปิดให้ประมูลด้วย ซึ่งต้องใช้งบประมาณอีกพอสมควร
“สื่อสาธารณะถูกนักการเมืองตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าใช้งบปีละ 2,000 ล้าน คุ้มหรือไม่ ถึงวันนี้ 4 ปีที่ผ่านมา ไทยพีบีเอสได้พิสูจน์ตัวเองระดับหนึ่งในความเป็นอิสระของการทำหน้าที่สื่อ และเป็นที่พึ่งของประชาชนหลากหลายกลุ่ม เป็นสื่อที่สังคมตรวจสอบได้ ยืนยันว่าสื่อสาธารณะมีความสำคัญมากสำหรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย” นายเทพชัย กล่าว
สำหรับนายเทพชัย จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ และนายสมชัย สุวรรณบรรณ จะรับตำแหน่งต่อไป โดยในช่วง 4 ปีหลังจากนี้ ทีวีจะเข้าสู่ยุคแห่งความท้าทาย เพราะทีวีจะเกิดขึ้นอีกจำนวนมาก ทีวีสาธารณะเองจะมีเป็น 10 ช่อง เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอส จะต้องยกระดับและพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำสถาบันสื่อของเมืองไทย
นายเทพชัย กล่าวว่า จะกลับมาทำงานสื่ออีกครั้งในภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นงานที่ถนัดและทำมา 30 ปี โดยช่วงที่อยู่ในไทยพีบีเอสไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะทำงานด้านบริหารเป็นหลัก โดยอยากจะทำสถานีข่าวในแบบที่เป็นช่องข่าวที่เป็นกลาง ไม่มีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง และเป็นสถานีข่าว 2 ภาษา เพื่อก้าวสู่ระดับภูมิภาค รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน







