
ไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป
มีการคาดการณ์กันว่า ตลาดสมาร์ตโฟนปีนี้มีการเติบโตมากกว่า 100% โดยคาดว่าตลาดรวมของสมาร์ตโฟนน่าจะอยู่ที่ 45 ล้านเครื่อง และเชื่อว่าตลาดรวมดังกล่าวยังสามารถเติบโตได้อีกเท่าตัว จากการเดินหน้าของระบบ 3จี ที่กำลังจะมีการประมูลกันในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ และคาดว่าในต้นปีหน้าบริการ 3จี ก็เริ่มให้บริการได้ในเมืองใหญ่แล้ว
มีการคาดการณ์กันว่า ตลาดสมาร์ตโฟนปีนี้มีการเติบโตมากกว่า 100% โดยคาดว่าตลาดรวมของสมาร์ตโฟนน่าจะอยู่ที่ 45 ล้านเครื่อง และเชื่อว่าตลาดรวมดังกล่าวยังสามารถเติบโตได้อีกเท่าตัว จากการเดินหน้าของระบบ 3จี ที่กำลังจะมีการประมูลกันในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ และคาดว่าในต้นปีหน้าบริการ 3จี ก็เริ่มให้บริการได้ในเมืองใหญ่แล้ว
ยังรวมถึงการทำตลาดอย่างหนักของสมาร์ตโฟนแบรนด์ต่างๆ ที่กำลังทำทุกวิถีทางทั้งเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ การสร้างแบรนด์ อิมเมจ ให้สมาร์ตโฟนของตัวเองเข้าไปนั่งในใจลูกค้าให้ได้ ก่อนที่เจ้าตลาดสมาร์ตโฟนอย่าง ไอโฟน 5 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้
ทำให้มีหลายฝ่ายมองว่า ขณะนี้ได้เกิดการชะลอการตัดสินใจซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่บางส่วนแน่นอน ซึ่งจากการสำรวจตลาดพบว่า สัดส่วนการใช้ไอโฟนในตลาดสมาร์ตโฟนไทยมีประมาณ 70% แม้ว่าไอโฟน 5 จะไม่ว้าว เหมือนที่ใครๆ คิด แต่เชื่อว่าผู้ใช้ไอโฟนรุ่นที่ต่ำกว่ารุ่น 4 จะทยอยเปลี่ยนมาใช้รุ่น 5 กันแทบทั้งหมดแน่นอน
เวทีการแข่งขันระหว่างสมาร์ตโฟนแบรนด์ต่างๆ กับไอโฟน 5 ก็คือ งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2012 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งค่ายสมาร์ตโฟนทั้งหลายต่างใช้เวทีนี้เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่กันอย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนหนึ่งเพื่อ “ตัดขา” ไอโฟน 5 ที่ยังไม่เปิดตัวในช่วงนี้
สำหรับสาเหตุที่ไอโฟนได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากไอโฟนเป็นทั้งแฟชั่นโฟนและสมาร์ตโฟนในตัว คนที่ถือไอโฟนแม้ไม่ใช้งานดาตาแอพพลิเคชัน แต่ก็ยังอยากถือไอโฟน เพราะดูดี ทันสมัย ทำให้ไอโฟน สามารถขายได้ทั้งคนที่ชอบเทคโนโลยี และชอบแฟชั่น
ขณะที่แบรนด์สมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากไอโฟน คือ ซัมซุง ยังไม่สามารถสร้างตัวเองให้เป็นได้ทั้งแฟชั่นโฟนและสมาร์ตโฟนได้เทียบเท่ากับไอโฟน ก็จะเน้นกลยุทธ์เปิดตัวมือถือหลากหลายรูปแบบเพื่อจับความต้องการในทุกตลาด ทั้งกาแล็คซี่ เอส 3 และกาแล็คซี่ โน้ต 2 โดยปัจจุบันซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนอยู่ 30%
วิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า แม้จะมีกระแสไอโฟน 5 แต่ยอดขายซัมซุงไม่ลดลงเลย แสดงว่าผู้ใช้เริ่มเข้าใจการใช้งานของสมาร์ตโฟนมากขึ้น และไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่ดูจากการใช้ประโยชน์จากเครื่อง สรุปว่าถ้ามีคู่แข่งเข้ามาในตลาดมากๆ ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และซัมซุงมั่นใจว่าสามารถแข่งขันได้แน่นอน
อีกทั้ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกาแล็คซี่ โน้ต2 ขายเป็นประเทศแรกๆ ของโลก และมียอดขายรวมซัมซุงที่ดีมากติดอันดับต้นๆ ของโลก
นอกจากนี้ จากการสำรวจราคาในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2012 พบว่าแอลจีเปิดตัวสมาร์ตโฟน รุ่น ออพติมัส วิว มาเปิดขายอย่างเป็นทางการในงานนี้ ราคา 1.89 หมื่นบาท รวมถึงรุ่น ออพติมัส 4 เอ็กซ์ เอชดี ที่วางขายก่อนหน้านี้ ซึ่งต้องดูว่าจนถึงปลายปีนี้แอลจีสามารถทำตลาดได้มาก น้อยแค่ไหน เพราะเป็นไปได้ว่า หากงานนี้ออพติมัสมียอดจำหน่ายที่ไม่ดี ปีหน้าเราอาจไม่ได้เห็นมือถือแอลจีในปีหน้าก็เป็นได้
ขณะที่สมาร์ตโฟนอีก 2 แบรนด์ที่เริ่มปรับเปลี่ยนการทำตลาดชัดเจน คือ เอชทีซี ซึ่งมีรุ่น วันเอ็กซ์ และวันเอส เป็นเรือธงในตลาด พร้อมด้วยโซนี่ ที่มี เอ็กซ์พีเรีย ไอออน และอาโคร เอส ต่างเน้นทำตลาดในรูปแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิมเท่านั้น ไม่เน้นแข่งกับไอโฟนและซัมซุงแน่นอน ที่มีสาวกของตัวเองใช้แต่เดิมให้ใช้ต่อไป เพราะหากจะแข่งขันกับไอโฟน หรือ ซัมซุง ซึ่งเป็นเจ้าตลาดคู่กันอยู่ อาจจะเป็นเรื่องยากมาก ทั้งเรื่องของความแข็งแกร่งในแบรนด์ สินค้าที่หลากหลาย และงบการตลาด
ส่วนแบล็คเบอร์รี่ หรือบีบี ที่ความนิยมลดลงในช่วงที่ผ่านมา ก็หันไปรุกตลาดต่างจังหวัดและตลาดวัยรุ่นมากขึ้น เนื่องจากกระแสการแชตผ่านการพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ดยังง่ายกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ดังนั้นบีบีจึงเน้นทำตลาดเครื่องรุ่นเคิร์ฟและโบลด์ ในระดับราคาเริ่มต้นที่ 4,990 บาท ถือเป็นการเปลี่ยนกลุ่มตลาดชัดเจนเช่นเดียวกัน แม้จะมีรุ่นระดับบนออกมาทำตลาด แต่ความนิยมยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะรอระบบปฏิบัติการ บีบี 10 อยู่ก็เป็นได้
ขณะที่โนเกีย มีตัวแทนจำหน่ายมาทำตลาดในงาน นำรุ่น ลูเมีย 900 มาลดราคาจาก 1.89 หมื่นบาท เหลือเนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7.5 ราคา 1.19 หมื่นบาท ก็เพื่อความอยู่รอดในตลาดสมาร์ตโฟนเช่นกัน
นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของตลาดสมาร์ตโฟน ที่กำลังแข่งกันอย่างดุเดือด แต่จะแข่งกันอย่างไร สุดท้ายประชาชนคือผู้ได้รับประโยชน์จากตอนเปิดตัวเมื่อต้นปี 1.89 หมื่นบาท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไมโครซอฟท์กำลังจะเปิดตัววินโดวส์ 8 แล้ว ดังนั้นถ้ารอจนมีการเปิดตัว ลูเมีย 900 อาจขายในตลาดได้ลำบากยิ่งกว่าเดิม เพราะลูเมีย 900 ไม่สามารถอัพเกรดเป็น วินโดวส์ 8 ได้
อีกแบรนด์คือ โมโตโรล่า ที่บริษัทสำนักงานที่ตั้งอยู่ประเทศสิงคโปร์ได้ถอนตัวออกไปแล้ว และการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศได้ยกเลิกไปแล้ว รวมถึงประเทศไทยด้วย เหลือแค่บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี เท่านั้น ดังนั้นทางตัวแทนจำหน่ายคือ เอสไอเอส จึงขนโมโตโรล่า มาลดราคาเป็นพิเศษ รุ่นเรเซอร์ แม็กซ์ ราคา 1.39 หมื่นบาท และรุ่นเรเซอร์ ราคา 1.09 หมื่นบาท และมีแนวโน้มลดลงอีกด้วย
อีกหนึ่งแบรนด์เล็กๆ ออปโป ที่พยายามสร้างตลาดโดยการจับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น พร้อมดีไซน์สวยงาม ถือว่าพอทำตลาดได้บ้าง และ ไอโมบาย ที่ใช้รุ่นไอสไตล์ สมาร์ทโฟนสำหรับคนเริ่มใช้งาน ราคา 4,000 – 6,000 บาท ชูจุดเด่นชัดเจนราคาต่ำกว่าในสเปคที่เท่ากัน จับกลุ่มตลาดทั่วไปอย่างชัดเจน ซึ่งทางไอโมบายระบุว่า โอกาสในตลาดสมาร์ทโฟนยังมีอีกมาก และไอโมบายเน้นตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก
ทภนทียบดูแล้ว เป็นตลาดที่แข่งขันกันหนักมากสำหรับแบรนด์มือถือ ตั้งแต่การแข่งขันระหว่างระบบปฏิบัติการ ไอโอเอสและแอนดรอยด์ ภายในแอนดรอยด์ด้วยกันเอง ซัมซุงก็เป็นเจ้าพ่อคุมตลาดใหญ่อยู่ด้วย ทำให้แบรนด์อื่นๆ ต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากเช่นกัน แต่งานนี้ ผู้บริโภคน่าจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ







