
‘TFUND’มั่นใจเอาอยู่
เขื่อนกั้นน้ำเข้านิคมฯเสร็จแล้วยันปี’56จ่ายปันผลปกติ20สต.
เขื่อนกั้นน้ำเข้านิคมฯเสร็จแล้วยันปี’56จ่ายปันผลปกติ20สต.
บลจ.บัวหลวง แย้มผู้ถือหน่วยลงทุน TFUND สบายใจได้ มั่นใจระบบป้องกันน้ำในนิคมอุตสาหกรรม ไม่ซ้ำรอยปีก่อน
นายสุทธิพงศ์ พัวพันธ์ประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง เปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่เสร็จแล้ว บริษัทจึงไม่ค่อยกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนในปีที่ผ่านมามากนัก แต่ยังห่วงพายุเข้าในเดือน ต.ค.นี้อยู่บ้าง
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TFUND) ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด โดยคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า 4 แห่งในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ไฮเทค บางปะอิน นวนคร ถูกน้ำท่วมทั้งหมด ขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทีพาร์คโลจิสติคส์ (TLOGIS) ได้รับผลกระทบน้อยมาก โดยมีเพียงคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าที่วังน้อยที่น้ำท่วมรอบโรงงาน แต่ที่บางนาและแหลมฉบังไม่กระทบ
“กองทุน TFUND ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ลูกค้ามั่นใจมากขึ้นและบางรายยังไม่ตัดสินใจขอรอดูสถานการณ์ก่อน ทำให้ตอนนี้อัตราเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 86% จากภาวะปกติอยู่ที่ 9597% จึงคาดว่าในปีหน้าโอกาสที่กองทุนจะกลับมาจ่ายเงินปันผลหน่วยละ 20 สตางค์ ได้เหมือนที่ผ่านมา เมื่อลูกค้ากลับมาเช่าเหมือนเดิมและกองทุนได้รับชดเชยจากประกัน ซึ่งหลังเกิดน้ำท่วมจ่ายปันผลไป 2 ครั้ง ล่าสุดไตรมาส 3 จ่ายในอัตรา 16 สตางค์ต่อหน่วย” นายสุทธิพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไร่ละ 4 ล้านบาท เป็น 6 ล้านบาท น่าจะส่งผลดีต่อกองทุน TFUND หลังจากซื้อคลังสินค้าและโรงงานในนิคมดังกล่าวเข้ามา
สำหรับกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ฟิวเจอร์พาร์ค (FUTUREPF) ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อย และได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยแล้วในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันกองทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาหน่วยลงทุนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 18.2 บาท จากราคาเสนอขายครั้งแรกที่ 10 บาท โดยไตรมาส 4 กองทุนจะเพิ่มทุนและหรือกู้ยืมเงินรวมไม่เกิน 1,500 ล้านบาท หลังจากได้ขยายสิทธิการเช่าเพิ่มอีก 14 ปี และได้พื้นที่เช่าเพิ่มอีก 3,840 ตารางเมตร
อย่างไรก็ดี กองทุน TFUND จะเพิ่มทุนไม่เกิน 1,650 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมโรงงานในนิคมฯ รวม 27 โรง และกองทุน TLOGIS จะเพิ่มทุนไม่เกิน 2,250 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมคลังสินค้า 13 หลัง







