
บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทะลุ8แสนล.
การลงทุนคึกคักบีโอไอโชว์ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทะลุ 8 แสนล้านบาท ด้านกนอ.เผยยอดขายที่ดินพุ่ง 3,843 ไร่ เพิ่มขึ้น 4.44%
การลงทุนคึกคักบีโอไอโชว์ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทะลุ 8 แสนล้านบาท ด้านกนอ.เผยยอดขายที่ดินพุ่ง 3,843 ไร่ เพิ่มขึ้น 4.44%
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภาวการณ์ลงทุนระหว่างเดือนม.ค.-ก.ย. 2555 มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,583 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 8.04 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8 แสนล้านบาท ซึ่งจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากเดือนม.ค.-ก.ย.2554 ที่มีโครงการ 1,302 โครงการ 21.6% และมูลค่าการลงทุนขยายตัว 97% จากช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่มีมูลค่าการลงทุน 4.07 แสนล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเฉพาะในเดือนก.ย. 2555 พบว่ามีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในปี 2555 อยู่ที่ 1.218 แสนล้านบาท โดยสูงกว่าเดือนส.ค. 2555 ที่มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 1.21 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ในมูลค่าการลงทุน 8.04 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จำนวน 1,057 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 4.33 แสนล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่มีจำนวน 773 โครงการ ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 70% จากปี 2554 ที่มีมูลค่า 2.54 แสนล้านบาท
สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมบริการ และสาธารณูปโภค จำนวน 415 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.37 แสนล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร และโลหะ มีการยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 397 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.86 แสนล้านบาท ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ มีจำนวน 255 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.04 แสนล้านบาท และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษ พลาสติก จำนวน 214 โครงการ มูลค่ารวม 1.74 แสนล้านบาท
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ในช่วง 11 เดือนของปีงบประมารณ 2555 (ต.ค.2554-ส.ค.2555) กนอ.และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการขายและให้เช่าที่ดินเพื่อการลงทุนได้ 3,843 ไร่ เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี2554 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ไร่ โดยยอดขายหรือเช่าที่ดินแบ่งเป็นที่ดินของ กนอ.37 ไร่ เพิ่มขึ้น 0.05 % ที่ดินของนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการ 3,806 ไร่ เพิ่มขึ้น 4.39 %
ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการที่ซื้อหรือเช่าที่ดินรวม 195 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการไทย 40 % ญี่ปุ่น 30 % จีน 15 % สหรัฐ 5 % ออสเตรเลีย 5 % และเกาหลีใต้ 3% ขณะที่ประเภทกิจการที่เข้ามาลงทุนพบว่า เป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ 143 ราย คิดเป็น 73.3 % เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ 39 ราย คิดเป็น 20 % ยางและพลาสติก 3 ราย คิดเป็น 1.5 %และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1 ราย คิดเป็น 0.6 %
สำหรับในปีงบประมาณ 2556 กนอ.ตั้งเป้าหมายยอดขายหรือเช่าที่ดินเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 3,800 ไร่ ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้เพราะแนวโน้มการลงทุนยังดี แต่อาจมีปัญหาเรื่องพื้นที่รองรับการลงทุนของนิคมฯ ตั้งใหม่หรือขยายที่อาจไม่ทันความต้องการ เพราะการตั้งนิคมฯ ใหม่มีขั้นตอนมากขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2556 กนอ.มีแผนที่จะพัฒนานิคมฯ ใหม่ ได้แก่ นิคมฯ พลาสติก เพื่อรับรองการลงทุนเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมพลาสติกนิคมฯ อากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยาน จังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งศึกษาตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คือ นิคมฯ ชายแดนพุน้ำร้อน นิคมฯ เชียงของ นิคมฯ ในจังหวัดขอนแก่น นิคมฯ จังหวัดอุดรธานี นิคมฯในจังหวัดนครพนม







