
‘โต้ง’ขู่ยึดงบฯราชการที่ไม่ใช้ริบไปให้ส่วนอื่น
ครม.เศรษฐกิจสั่งเร่งรัดลงทุนเบิกจ่าย ลั่นได้แล้วไม่ใช้จะริบคืนไปให้ส่วนอื่น
ครม.เศรษฐกิจสั่งเร่งรัดลงทุนเบิกจ่าย ลั่นได้แล้วไม่ใช้จะริบคืนไปให้ส่วนอื่น
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 5 ต.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เสนอให้ที่ประชุมเกี่ยวกับมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของส่วนราชการ โดยระบุว่าต่อไปนี้คงต้องใช้มาตรการเด็ดขาดคือ หากส่วนราชการใดได้รับจัดสรรงบไปแล้วแต่ไม่เบิกจ่ายจะริบงบคืนทันที
นอกจากนี้ ยังหารือไปไกลถึงขั้นที่ว่า ต่อไปนี้ก่อนที่ส่วนราชการจะเสนอของบลงทุนแต่ละโครงการต้องมีหลักฐานมาแสดง ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้โครงการไปจนถึงร่างทีโออาร์โครงการนั้นๆ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไตรมาส 3 ว่าจะขยายตัวได้น้อยกว่าไตรมาส 2 ที่ขยายตัวได้ 4.2% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี การส่งออกหดตัวและฐานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ปีที่แล้วสูง แต่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ 5.56%
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยังยืนยันว่า หากต้องการให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวที่ 7% แต่มีเงื่อนไขว่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีจะต้องมีมูลค่า 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมีผลทำให้จีดีพีขยายตัวได้ในระดับ 12% และนายกฯ ได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ไปสรุปตัวเลขมาเสนออีกครั้ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมวิเคราะห์ผลกระทบจากมาตรการคิวอี 3 ว่า ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐในระยะสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากมีลักษณะการอัดเงินเข้ามารีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้นจากมาตรการคิวอีที่ผ่านมาให้เป็นหนี้ในระยะยาว ซึ่งส่งผลให้พันธบัตรระยะยาวสหรัฐมีอัตราดอกเบี้ยต่ำลง ซึ่งมีผลทำให้ต้นทุนกู้เงิน เช่น ดอกเบี้ยซื้อบ้านต่ำลง
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมองว่าเงินที่อัดฉีดเข้าไปจะไม่ก่อให้เกิดการสร้างบ้านใหม่ ซึ่งเพิ่มการจ้างงานในภาคก่อสร้าง เพราะบ้านที่หมุนเวียนซื้อในตลาดเป็นบ้านที่หลุดจำนอง และมาตรการคิวอี 3 ไม่ได้แก้ปัญหาอัตราการว่างงานโดยตรง แต่แน่นอนว่าในระยะสั้นมาตรการนี้ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นในระยะสั้น
“คิวอี 3 เป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อหาเสียงกับนักลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ได้แก้ปัญหาว่างงานโดยตรง
ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐจึงยังไม่มีทิศทางที่จะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว และทำให้เศรษฐกิจโลกยังซึมอยู่ ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกไม่ได้ แต่ยังต้องพึ่งพาการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐต่อไป” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มาตรการคิวอี 3 ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่แข็งค่าน้อยกว่าค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด







