
สมเกียรติขึ้นแท่นประธานทีดีอาร์ไอ
ตั้ง4โจทย์ใหญ่ปัญหาประเทศหนุนงานวิจัยเป็นนโยบายรัฐ
ตั้ง4โจทย์ใหญ่ปัญหาประเทศหนุนงานวิจัยเป็นนโยบายรัฐ
“สมเกียรติ” ประธานทีดีอาร์ไอคนใหม่ ดึงทุกภาคส่วนรวมตั้งโจทย์แก้ปัญหาประเทศ ผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะ
คณะกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มีมติแต่งตั้งให้นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ขึ้นเป็นประธานสถาบันทีดีอาร์ไอ และมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้
นายสมเกียรติ ประธานทีดีอาร์ไอคนใหม่ เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า ทีดีอาร์ไอยุคต่อไปจะให้น้ำหนักกับการตั้งโจทย์วิจัยที่มีความหมายกับสังคมและดึงผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการตั้งโจทย์วิจัย รวมถึงการจัดการความรู้และสื่อสารสาธารณะ โดยทำงานร่วมกับสังคมเพิ่มมากขึ้น ให้สมกับการเป็นคลังสมองของประเทศ
ทั้งนี้ ทีดีอาร์ไอจะตั้งโปรแกรมการวิจัยมาทำงานในโจทย์สำคัญๆ ของประเทศ และผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ มากขึ้น
สำหรับโปรแกรมการวิจัยหลักๆ 4 เรื่อง คือ 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศใหม่ต้องหาโมเดลใหม่ในการพัฒนา ซึ่งจะต้องคิดประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง 1) นโยบายมหภาคและนโยบายการเงินการคลัง 2) นโยบายระดับจุลภาคเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และ 3) สวัสดิการสังคม
เรื่องที่ 2 การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และซับซ้อนต้องปฏิรูปการศึกษาไทยให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของคน 3.การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นจุดตายสำหรับการแก้ปัญหาทางนโยบายหลายเรื่อง และ 4.การปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายเศรษฐกิจ ทำให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ
นายนิพนธ์ พัวพงศกร อดีตประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า เชื่อว่าสมเกียรติจะทำหน้าที่ประธานได้ดี เพราะเป็นคนหนุ่มมีไฟในการทำงาน ส่วนตัวรู้สึกว่าอยากพักเพราะอายุมากแล้ว และอยากมีเวลาไปทำงานวิจัยมากขึ้น
“สาเหตุที่ออกจากประธานทีดีอาร์ไอ เพราะอยู่ครบวาระ 4 ปีแล้ว และไม่ขอต่อวาระประธานอีก แต่ยังคงเป็นนักวิชาการกิตติคุณ” นายนิพนธ์ กล่าว
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะทำวิจัยเกาะติดเรื่องการเกษตร และเรื่องการจัดการน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและเห็นว่าการจัดการน้ำที่ผ่านมาปล่อยให้การเมืองเข้าแทรกแซงมากเกินไป
สำหรับประวัตินายสมเกียรติ เดิมเป็นนักวิชาการ ตำแหน่งรองประธาน ควบผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ มีผลงานที่สร้างชื่อ ได้แก่ ผลงานวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองเกี่ยวกับปัญหาการแปรสัญญาโทรคมนาคมในช่วงต้นปี พ.ศ. 2544 การตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยวิธีทางเศรษฐมิติ กรณีปัญหาเทคนิคและกฎหมายขององค์กรอิสระสององค์กร คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) และ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)







