
นำเข้า-ส่งออกแห่ฝากเงินสกุลต่างประเทศ
ยอดเงินฝากสกุลต่างประเทศพุ่งรับวิกฤตยูโรคิวอี 3 นักธุรกิจลดเสี่ยงค่าเงิน
ยอดเงินฝากสกุลต่างประเทศพุ่งรับวิกฤตยูโรคิวอี 3 นักธุรกิจลดเสี่ยงค่าเงิน
น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ปริมาณเงินฝากสกุลตราต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทยในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่าน มาที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 7-8% เนื่องจากปัญหาความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าและผู้ส่งออกหันมาฝากเงินเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าเงินที่ผันผวน
ทั้งนี้ ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ไทยมียอดเงินรับฝากสกุลต่างประเทศรวม 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ นับจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
น.ส.ธัญญลักษณ์ กล่าวว่า การเติบโตของเงินฝากสกุลต่างประเทศในไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว จากการประกาศดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี 3) แบบไม่มีกำหนด
ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การฝากเงินสกุลต่างประเทศเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้บุคคลธรรมดาที่ส่งบุตรหลานไปเรียนในต่างประเทศและนิติบุคคลที่มีการค้าระหว่างประเทศหันมาฝากเงินสกุลต่างประเทศ เพื่อชำระสินค้าและบริหารความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณเงินรับฝากสกุลต่างประเทศของธนาคารเติบโตขึ้นถึง 50% ส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่ในสกุลเงินหลักๆ เช่น เงินเหรียญสหรัฐ เยน ยูโร และปอนด์ แต่ในระยะต่อไปเชื่อว่าสกุลเงินในอาเซียนมีเทรนด์จะเพิ่มขึ้น ตามปริมาณการค้าและการเดินระหว่างกันของชาติสมาชิก เพราะสามารถลดความเสี่ยงได้มาก” นายทรงพล กล่าว
ทั้งนี้ ธปท.กำลังจะขยายขอบเขตการเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ สำหรับบุคคลที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศจากเดิมให้บุคคลธรรมดาฝากได้รายละไม่เกิน 5 แสนเหรียญสหรัฐ และนิติบุคคล 100 ล้านเหรียญสหรัฐ







