
นิคมฯสหรัตนปัญหาเพียบ
ซ้อมแผนฉุกเฉินรับมือน้ำท่วมไฟฟ้าดับแถมเครื่องสูบน้ำเสีย
ซ้อมแผนฉุกเฉินรับมือน้ำท่วมไฟฟ้าดับแถมเครื่องสูบน้ำเสีย
นิคมฯ สหรัตนนคร ซ้อมแผนฉุกเฉินรับมือน้ำท่วม พบปัญหาเพียบ
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีเกิดอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ ที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยตั้งระดับการเฝ้าระวังน้ำไว้ที่ 3 ระดับ และมีผู้เข้าร่วมการซ้อมแผนกว่า 500 คน ทั้งหน่วยแพทย์ หน่วยดับเพลิง และสาธารณภัยจังหวัด
สำหรับระดับการเฝ้าระวัง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 สีฟ้า ระดับน้ำต่ำกว่าถนนมากกว่า 1 เมตร หรืออยู่ในภาวะปกติ ระดับที่ 2 สีเหลือง ระดับน้ำต่ำกว่าถนนระหว่าง 0.51 เมตร ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และระดับที่ 3 สีส้ม ระดับที่ต่ำกว่าถนนไม่เกิน 0.5 เมตร ถือว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงน้ำท่วม ต้องดำเนินการขั้นสุดท้าย หยุดผลิต และอพยพออกจากพื้นที่
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า ผลจากการซ้อมแผนยังมีข้อบกพร่องอยู่ในบางจุดต้องปรับปรุง เช่น ระบบสาธารณูปโภค ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง และระบบการสื่อสารฉุกเฉิน หากเกิดน้ำท่วมเพราะจะถูกตัดไฟฟ้า โดยเฉพาะในจุดที่เป็นห้องบัญชาการต้องมีระบบสำรองไว้
ขณะที่การดำเนินการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวของนิคมฯ ทำไปแล้ว 35% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 15 ต.ค. 2555 โดยมีแผนสำรองนำกระสอบทรายขนาดใหญ่ (บิ๊กแบ็ก) มาเตรียมพร้อมวางบนคันดิน ใช้งบประมาณการในสร้างแนวป้องกันน้ำชั่วคราว 38 ล้านบาท คันดินมีความสูง 6.5 เมตร ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร แต่ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง
ด้านนายปราโมทย์ พัฒนมงคล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คาโทเล็ก ผู้ผลิต ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในนิคมฯ สหรัตนนคร กล่าวว่า เอกชนยังไม่เชื่อมั่นการซ้อม เนื่องจากแผนยังต้องมีความรัดกุมมากกว่านี้ และระบบสาธารณูปโภคภายในนิคมฯ ต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับแผนด้วย เพราะเขื่อนชั่วคราวก็ยังไม่เสร็จ และระบบน้ำ ไฟฟ้า ก็ยังไม่พร้อม
“ไฟฟ้าภายในนิคมฯ ยังไม่เพียงพอ มีปัญหาไฟดับอยู่ เครื่องสูบน้ำไฟฟ้ามี 3 ตัว ก็ใช้ได้ 1 ตัว เพราะไฟฟ้าไม่พอ ส่วนถนนก็ต้องทำให้พร้อมหากเกิดน้ำท่วมจะได้อพยพทัน” นายปราโมทย์ กล่าว
ในส่วนการสื่อสารระหว่าง กนอ.และผู้ประกอบการมีการปรับปรุงดีขึ้น ผู้ประกอบการสามารถติดตามข่าวสารผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตได้ โดยมีการเผยแพร่ระดับน้ำของเขื่อนป่าสักและแม่น้ำลพบุรีต่อเนื่อง และเพื่อเตรียมพร้อมอีกระดับหนึ่ง บริษัทได้เตรียมกระสอบทราย แผนเคลื่อนย้ายทั้งภายในโรงงานและออกไปนอกสถานที่ ใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 10 วัน หากข้อมูลน้ำจากภาครัฐชัดเจนมั่นใจว่าจะรับมือได้แน่นอน







