
โพลเผยคนเชื่อรัฐแก้น้ำท่วมปานกลาง
หอการค้าโพล ระบุ ประชาชนเชื่อมั่นรัฐพร้อมรับมือน้ำท่วมในระดับปานกลาง ชี้ขั้นตอนช่วยเหลือยุ่งยาก
หอการค้าโพล ระบุ ประชาชนเชื่อมั่นรัฐพร้อมรับมือน้ำท่วมในระดับปานกลาง ชี้ขั้นตอนช่วยเหลือยุ่งยาก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า แถลงผลสำรวจทัศนะของประชาชนต่อการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและทัศนะต่อราคาสินค้า ว่าจากผลสำรวจประชาชนจำนวน 1,200 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 19-24 ก.ย. 2555 พบว่า 46.20% กังวลว่าน้ำจะท่วมเหมือนปี 2554 โดยประชาชนในกทม.และปริมณฑล 79.38 % มีความกังวลเรื่องน้ำท่วมมาก ภาคกลางมีความเชื่อว่าน้ำจะท่วม 71% ซึ่งประชาชนว49% เชื่อว่าหากน้ำท่วมปีนี้จะหนักพอๆกับปี 54 มีเพียง 12.6% เชื่อว่าจะหนักกว่าปี 54 เมื่อแยกรายภาคพบว่ากทม.และปริมณฑล 67.53% เชื่อว่าจะหนักพอๆกับปี 54 ภาคกลาง 57.49% เชื่อว่าจะหนักน้อยกว่าปี54
กลุ่มตัวอย่าง57.88 เห็นว่ารัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมรับมือในระดับปานกลาง 23.77% เห็นว่ารัฐมีการเตรียมความพร้อมน้อย โดยมีเพียง 18.27% เห็นว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมมาก
ขณะที่ 58.75% มีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในระดับปานกลาง มีเพียง 11.75%ที่เชื่อมั่นมาก อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่าง 48.49% คิดว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าปี 54 โดยสิ่งที่ประชาชนเห็นว่ารัฐความเร่งกระทำเพื่อเรียกความเชื่อมั่นมากที่สุด 32.1% คือการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รองลงมาคือการขุดลอกคูคลอง การตั้งหน่วยเตือนภัย และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร
ผลสำรวจพบว่า 49.16% ติดตามเรื่องข่าวสารน้ำท่วมในระดับมาก 39.20 % ติดตามระดับปานกลาง โดยช่องทางการติดตามข่าวพบว่า ติดตามจากโทรทัศน์ 53.83% จากหนังสือพิมพ์ 23.75% และ จากอินเตอร์เน็ต 13.79 % สำหรับการเตรียมรับมือของประชาชนต่อสถานการณ์น้ำท่วมพบว่า ประชาชนเริ่มมีการซื้อสิ่งของจำเป็นทั้งอาหาร เครื่องมือป้องกันน้ำท่วม สถานที่สำหรับอพยพแล้ว และเชื่อว่าหากเกิดน้ำท่วมจะมีน้ำท่วมขังประมาณ 51 วัน
สำหรับเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบนั้น 47.95 % เห็นว่าขั้นตอนการช่วยเหลือไม่เหมาะสมยุ่งยากเกินไป ในขณะที่53.2% เห็นว่าอัตราการช่วยเหลือน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความเสียหาย ไม่มีความโปร่งใส ควรมีหน่วยงานกลางมากกำกับดูแล
ส่วนทัศนะต่อระดับราคาสินค้าของประชาชน 60.4% เห็นว่าแพงขึ้นเล็กน้อย 33.8% เห็นว่า ไม่ต่างกันกับราคาปี 2554 ในขณะที่ 2.4% เห็นว่าแพงขึ้นมาก ทั้งนี้จากราคาสินค้าในปัจจุบันส่งผลให้ประชาชน 44.3 %ยังซื้อสินค้าเท่าเดิม 33.51% ซื้อของลดลง 22.23% ซื้อของเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อถามถึงมูลค่าที่จ่ายไป 47.5% ตอบว่าจ่ายเพิ่มขึ้น 32.97% ตอบว่าจ่ายเท่าเดิม มีเพียง 19.53% ที่ตอบว่าจ่ายลดลง
จากสถานการณ์ดังกล่าวเมื่อถามว่าเห็นด้วยที่จะให้กระทรวงพาณิชย์คุมระดับราคาสินค้าต่อไปหรือไม่ 12.72% เห็นด้วยมากที่สุด 39.27% เห็นด้วย เมื่อถามว่ากระทรวงพาณิชย์ควรต่อมาตรกรคุมราคาสินค้าหรือไม่ 50.7 %เห็นว่าควรค่อยๆให้ปรับขึ้น 25.6 % เห็นว่าควรตรึงต่อไป 23.6 % เห็นว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เมื่อถามว่าพระทรวงพาณิชย์ควรจะยกเลิกการตึงราคาสินค้าเมื่อไหร่ 28.4 % เห็นว่าเมื่อมีการขึ้นค่าแรก 300 บาททั่วประเทศต้นปี2556 26.1% เห็นว่าสิ้นปี 2555 มีเพียง 14.5%ที่ตอบว่าควรคุมตลอดไป







