
กสิกรขายประกันเพื่อนบ้าน
ส่งเมืองไทยฯบุกลาวกัมพูชาหาพันธมิตรท้องถิ่นรับ‘เออีซี’
ส่งเมืองไทยฯบุกลาวกัมพูชาหาพันธมิตรท้องถิ่นรับ‘เออีซี’
กสิกรไทย ขยายฐานแบงก์แอสชัวรันส์ บุกประเทศเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา รับเออีซี
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนที่จะขยายตลาดประกัน หรือแบงก์แอสชัวรันส์ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยจะเข้าไปทำตลาดในประเทศลาวและกัมพูชา เพื่อให้เดินทางเข้ามาซื้อประกันและใช้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินกับสาขาธนาคารที่อยู่ตามจังหวัดชายแดนเพิ่มมากขึ้น เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับกับการเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซี ที่จะมีขึ้นในปี 2558 ด้วย
“การเปิดเออีซีจะทำให้ธุรกิจประกันมีโอกาสเติบโตสูงขึ้น อย่างปัจจุบันคนลาวและคนกัมพูชาที่มีความต้องการประกันชีวิตสูง ก็ข้ามแดนมาซื้อประกันชีวิตและสุขภาพกับเรา เข้ามารักษาพยาบาลในไทยอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่มากนัก จึงต้องเข้าไปทำตลาดถึงที่ ซึ่งตอนนี้กรมธรรม์ที่เราขายอยู่ ก็มีแปลออกมาเป็นทั้งภาษาลาว กัมพูชา อังกฤษ พม่า จีน และญี่ปุ่นอยู่แล้ว และเพื่อรองรับชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทยด้วย ส่วนการเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านโดยตรงนั้น ขณะนี้ทางบริษัทลูก เมืองไทยประกันชีวิตก็อยู่ระหว่างหาพันธมิตรในประเทศลาวอยู่” นายปกรณ์ กล่าว
สำหรับตลาดในประเทศนั้น จะมุ่งขยายไปยังกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน และกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีรายได้มากกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนเป็นหลัก เนื่องจากตลาดกลุ่มนี้ยังมีฐานที่ใหญ่ อย่างลูกค้าธนาคารกสิกรไทยที่ปัจจุบันมีอยู่ 9 ล้านราย สัดส่วน 80-90% ก็เป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ส่วนที่เหลือที่เป็นฐานลูกค้าระดับบนที่มีข้อจำกัดไม่สามารถขยายตลาดได้มากนัก
นายปกรณ์ กล่าวว่า ธนาคารยังมีแผนขยายตลาดประกันไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์บุก 14 จังหวัด เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างจังหวัดให้เป็น 60% และกรุงเทพฯ 40% ให้สอดคล้องกับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี จากปัจจุบันที่ธนาคารมีรายได้ต่างจังหวัดอยู่ที่ 40% และกรุงเทพฯ 60%
ทั้งนี้ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) ธนาคารขายเบี้ยรับปีแรกได้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 42% และมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท เติบโต 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปีนี้ที่ตั้งเป้าเบี้ยรับปีแรกไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และเบี้ยรับรวม 3 หมื่นล้านบาท







