posttoday
Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน

Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน

25 กันยายน 2555

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (17-21 ก.ย. 2555) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 347,853 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 69,571 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 24% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 74% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 258,210 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 65,460 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,074 ล้านบาท หรือคิดเป็น 19% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (17-21 ก.ย. 2555) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 347,853 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 69,571 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 24% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 74% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 258,210 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 65,460 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,074 ล้านบาท หรือคิดเป็น 19% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB176A (อายุ 4.85 ปี) LB193A (อายุ 6.5 ปี) และ LB15DA (อายุ 3.2 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 16,561 ล้านบาท 12,174 ล้านบาท และ 8,758 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือรุ่น CB12O09A (อายุ 14 วัน) CB12D20B (อายุ 91 วัน) และ CB12O18C (อายุ 28 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 44,477 ล้านบาท 31,485 ล้านบาท และ 24,133 ล้านบาท ตามลำดับ

ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL145A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 681 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC148A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 599 ล้านบาท และ หุ้นกู้ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN156A (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 505 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุกช่วงอายุของตราสารหนี้ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ในช่วงประมาณ +1 ถึง +5 Basis Point (100 Basis point มีค่าเท่ากับ 1%) ทั้งนี้มูลค่าของการซื้อขายตราสารหนี้ค่อนข้างเบาบางเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยในช่วงต้นสัปดาห์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US Treasury) และกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 7 ปี (LB193A) ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน โดยมีความต้องการประมูลสูงกว่าจำนวนพันธบัตรที่เปิดให้ประมูล (Bid Coverage Ratio) กว่า 2.13 เท่า มีผลทำให้ผลตอบแทนจากการประมูลต่ำลง และดึงให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นที่มีอายุคงเหลือใกล้เคียงกัน ปรับตัวลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์แล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ทั้งนี้ การประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งที่ 3 (QE 3) ของประเทศสหรัฐ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลับไม่ได้มีผลทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรไทยปรับตัวลดลงมาก ดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่มีการประกาศใช้มาตรการ QE 1 และ QE 2 เนื่องจากนักลงทุนเห็นว่าปริมาณเงินที่จะเข้าสู่ระบบจากการใช้มาตรการในครั้งนี้ อยู่ในระดับที่น้อยกว่ามาตรการครั้งก่อนๆ ค่อนข้างมาก (ใน QE 3 ถึงแม้จะไม่มีการกำหนดช่วงระยะเวลาของการสิ้นสุดมาตรการ แต่ Fed จะเข้าซื้อสินทรัพย์เพียงเดือนละ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรไทยได้ปรับตัวลดลงตามการคาดการณ์เกี่ยวกับการประกาศใช้มาตรการ QE 3 ไปล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นการประกาศใช้มาตรการ QE 3 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงไม่ค่อยมีผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยมากเท่าใดนัก

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) 21,375 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการซื้อสุทธิ 5,944 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อย (Individual) ในสัปดาห์นี้มียอดซื้อสุทธิ 629 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค