
คนกู้รอเก้อธปท.ไม่ยอมลดดอกเบี้ย
‘ประสาร’แบไต๋ ชี้นำตลาดไม่ได้ แถมเกิดเงินเฟ้อ
‘ประสาร’แบไต๋ ชี้นำตลาดไม่ได้ แถมเกิดเงินเฟ้อ
ผู้กู้รอเก้อ ผู้ว่าการ ธปท. แย้มนโยบายลดดอกเบี้ยไม่สามารถชี้นำตลาดการเงินได้ บอร์ด กนง.ยันมีแต่คงกับลงเท่านั้น
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยังเฝ้าติดตามและชั่งน้ำหนักในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพราะเห็นว่าการอัดฉีดเงินเข้าระบบอาจทำให้ภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นจนเกิดเงินเฟ้อได้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งเมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็จำเป็นต้องเพิ่มอุปสงค์ในตลาด
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายลงในขณะนี้อาจทำให้ต้นทุนรายจ่ายดอกเบี้ยในการออกพันธบัตรดูดซับสภาพคล่องลดลง แต่อาจมีผลต่อการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย เพราะอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อในระยะต่อไปได้
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการปรับลดดอกเบี้ยลงมาในช่วงนี้อาจจะไม่ชี้นำตลาดการเงินและไม่ได้ส่งผลต่อระบบธนาคารพาณิชย์ให้ปรับตาม เนื่องจากสินเชื่อปีนี้โตสูงถึง 1516% และธนาคารพาณิชย์ยังแข่งขันกันระดมเงินฝากด้วย ฉะนั้นการผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจสร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจประเทศได้
ดังนั้น ในการทำงานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องพิจารณาข้อมูลให้ดีว่า ระหว่างภารกิจของ ธปท.ที่ต้องดูแลภาระขาดทุนกับผลเสียต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจประเทศจะเลือกอย่างไหน
“ความท้าทายเศรษฐกิจขณะนี้ดีขึ้น แต่คำตอบต่อการแก้ไขปัญหาจะไม่มีคำตอบอะไรที่เบ็ดเสร็จ เพราะถึงจะสร้างผลดี แต่ก็อาจจะสร้างผลเสียได้ เช่น ถ้าคงดอกเบี้ย ธปท.ก็มีรายจ่ายดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าลดก็อาจจะไปสร้างรายจ่ายให้ประชาชน เพราะภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม การทำนโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อลดภาระการออกพันธบัตรดูดซับสภาพคล่องจากเงินทุนไหลเข้าหรือไม่ จึงเป็นโจทย์พื้นฐานที่ผมและ กนง.ต้องคิดประจำ และต้องพิจารณาให้ดี” นายประสาร กล่าว
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี ในฐานะกรรมการนโยบายการเงิน กล่าวว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 (คิวอี 3) เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจสหรัฐไม่ให้ถดถอย ซึ่งก็เป็นผลดีกับเศรษฐกิจโลกไม่ชะลอตัวลงมากนัก แต่จะมีผลทางอ้อมจากปริมาณเงินส่วนหนึ่งที่จะไหลเข้ามาลงทุนในเอเชียรวมทั้งไทยเพื่อลงทุนในหุ้นและพันธบัตร อาจส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน
กนง.ได้จับตาปัจจัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด แต่ด้วยมาตรการดังกล่าวเพิ่งประกาศออกมายังไม่เห็นภาพชัดเจนนัก ที่ประชุม กนง.จึงยังมีมติคงดอกเบี้ยไว้ก่อน และยังตอบไม่ได้ว่าจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อดูแลเงินไหลเข้าหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาเศรษฐกิจและเสถียรภาพควบคู่ไป ทั้งปัจจัยเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และสินเชื่อ โดยเฉพาะตัวเลขการปล่อยสินเชื่อที่พบว่าขยายตัวสูงอยู่แม้ดอกเบี้ยจะไม่ลง
“ขณะนี้ภาพรวมยังสับสนจากปัจจัยภายนอกประเทศว่า จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด จึงมีความเห็นให้คงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าต้องลด ก็จะทำทันที โดยทิศทางดอกเบี้ยขณะนี้จะมีแต่ คง กับ ลง เท่านั้น” นายณรงค์ชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือที่ดูแลปริมาณเงินไม่ได้มีแต่ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว โดยขณะนี้ ธปท.ได้มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์การลงทุน เปิดโอกาสให้มีการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อผ่อนคลายสภาพคล่องและปริมาณเงินที่ไหลเข้ามามากอยู่ในระบบ ท่ามกลางภาวะที่ประเทศมีทุนสำรองจำนวนมากเกินความจำเป็น ทำให้ ธปท.มีภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพื่อบริหารจัดการเงินสำรองดังกล่าวมาก การผลักดันลงทุนต่างประเทศจึงช่วยลดแรงกดดันได้อีกทางหนึ่ง







