
‘วีนิไทย’โหมขยายลงทุนจีน
ทุ่มกว่า7พันล.ผุดโรงงานใหม่ คาดใช้งานได้ครึ่งหลังปี’57
ทุ่มกว่า7พันล.ผุดโรงงานใหม่ คาดใช้งานได้ครึ่งหลังปี’57
วีนิไทยรุกตลาดจีนลงทุน 7,200 ล้าน ผลิตอีพิคลอโรไฮดริน 1 แสนตัน
นายโรเจอร์ เลสเตอร์ เคินส์ ประธานกรรมการ บริษัท วีนิไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายผงพลาสติกพีวีซีและโซดาไฟในภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า ปี 2555 บริษัทได้ขยายการลงทุนสร้างโรงงานผลิตอีพิคลอโรไฮดริน ใช้นวัตกรรมและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ มีขนาดกำลังผลิต 1 แสนตันต่อปี ในประเทศจีน ลงทุน 7,200 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ครึ่งปีหลังปี 2557
ทั้งนี้ หากรวมการผลิตของบริษัท แอดวานซ์ ไบโอเคมิคอล (เอบีที) ที่บริษัท วีนิไทย ถือหุ้นอยู่ 100% ที่มีการลงทุนสร้างโรงงานในไทยแล้ว จะส่งผลให้วีนิไทยกลายเป็นผู้ผลิตอิพิคลอโรไฮดรินรายใหญ่อันดับ 2 ของเอเชีย รองจากบริษัท ดาว เคมิคอล โดยในจีนตลาดมีความต้องการค่อนข้างมาก มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8% ต่อปี หรือคิดเป็น 35% ของความต้องการในตลาดโลก ซึ่งจากการขยายการลงทุนที่เพิ่มขึ้น น่าจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ 10%
สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าไม่มาก โดยเฉพาะในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงได้ ยังมีการเติบโตที่ดีอยู่ จึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วง และเมื่อเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (เออีซี) น่าจะเป็นโอกาสที่ดีทำให้ความต้องการเพิ่ม
ด้านนายธเนศ เจริญทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัท แอดวานซ์ ไบโอเคมิคอล (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมีการลงทุนมากกว่า 4,500 ล้านบาท ในเมืองไทย ผลิตอีพิคลอโรไฮดริน 1 แสนตันต่อปี
โรงงานได้เริ่มผลิตเมื่อเดือน ก.พ. 2555 คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตได้ภายในปี 2556 ซึ่งในประเทศไทยมีความต้องการเพิ่มขึ้น เพราะอีพิคลอโรไฮดรินเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการผลิตอีพอกซีเรซิน ซึ่งมีการใช้เพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรมเคลือบกันสนิม อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ การทำเครื่องบิน และการผลิตกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า
จากการผลิตในเมืองไทย คาดว่าผลผลิตที่ได้จะขายในประเทศประมาณ 1 ใน 4 ส่วน นอกนั้นส่งออกขายยังต่างประเทศรวมถึงประเทศจีนด้วย เนื่องจากไทยยังเป็นตลาดเล็ก ขณะที่จีนมีตลาดที่ใหญ่มาก แม้ว่าจะไปตั้งโรงงานผลิตที่ประเทศจีนแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า
“ราคาอีพิคลอโรไฮดรินตลาดโลกอยู่ที่ 1,800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาค่อนข้างผันผวนน้อย เมื่อเทียบกับประเภทอื่น ซึ่งการลงทุนใหม่ ด้วยเทคโนโลยีใหม่สามารถสร้างประโยชน์ และทำให้มีต้นทุนการแข่งขันที่ดีกว่าเดิม” นายธเนศ กล่าว
เทคโนโลยีการผลิตเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้กลีเซอลีน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตไบโอดีเซล ที่ได้จากน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ มาเป็นวัตถุดิบ โดยรับซื้อจากบริษัทรายใหญ่ โรงกลั่นในธุรกิจน้ำมันปาล์ม สามารถดึงส่วนเกินของวัตถุดิบที่มีอยู่ในตลาดมาใช้ได้







