posttoday
ฉายภาพอสังหาฯ อาเซียนไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางเออีซี

ฉายภาพอสังหาฯ อาเซียนไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางเออีซี

20 กันยายน 2555

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเปิดในปี 2558 ทำให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต้องเปิดเวทีสัมมนา “เออีซีและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน”

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเปิดในปี 2558 ทำให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต้องเปิดเวทีสัมมนา “เออีซีและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน”

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียนมีโอกาสที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพม่าซึ่งเป็นตลาดเปิดใหม่ อินโดนีเซียประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจและจีดีพีใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ฟิลิปปินส์ที่มีการเติบโตเป็นอันดับที่สองของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าในโอกาสก็มีอุปสรรคที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายในหลายประเทศที่ยังไม่ชัดเจน เช่น กรณีพม่า ที่มีการประกาศว่าได้คลอดกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่แล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการลงนาม

เมื่อแยกรายประเทศ เริ่มจากอินโดนีเซีย ที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียม ศูนย์การค้า และโรงแรม กำลังเติบโตอย่างมาก แต่มีข้อจำกัดเรื่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงมาก การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของต่างด้าว

สำหรับตลาดเวียดนาม ซึ่งร้อนแรงมากในช่วงปี 2543-2551 ปัจจุบันเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ระบบสถาบันการเงินง่อนแง่น มีหนี้เสียมาก รอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ ประสบภาวะดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อสูง ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรค แต่นักลงทุนก็ยังมองว่าน่าสนใจ

ขณะที่ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท มองว่า การทำธุรกิจในเวียดนามต้องสายป่านยาวมาก เพราะต้องยอมรับกับความเสี่ยงที่จะยังไม่ได้พัฒนาโครงการทันที

โทนี่ พิคอน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า พม่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่ยังวิเคราะห์ยากมาก เพราะยังมีเรื่องการเมือง ซึ่งกฎหมายไม่ได้เลวร้าย แต่การปฏิบัติตามกฎหมายยังไม่ดีนัก ระบบการเงิน การธนาคารยังไม่เรียบร้อย

ด้าน มานพ พงศทัต อาจารย์ประจำภาควิชาเคหะการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เออีซีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เกิดการรวมตัวของสหภาพยุโรป หรืออียู ซึ่งเออีซีต้องเอาโมเดลของอียูมาศึกษาข้อดีข้อเสีย เช่น เรื่องการใช้เงินสกุลเดียวกัน ไม่ดี เป็นต้น ซึ่งหากถามว่าไทยได้ประโยชน์อย่างไรกับการเปิดเออีซี ต้องวิเคราะห์จุดเด่นของไทย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ทำให้เป็นประโยชน์มาก อีกทั้งการลงทุนที่เปิดกว้างให้กับนักลงทุนทุกชนชาติเข้ามาลงทุน ทำให้ไทยเป็นประเทศต้นๆ ที่จะเนื้อหอมมากเมื่อเปิดเออีซี

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ 2 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนทางฝั่งเอเชียเริ่มเข้ามาศึกษาตลาดในไทย เช่น จีน สิงคโปร์ เวียดนาม รัสเซีย โดยเริ่มเข้ามาในรูปแบบการให้บริการ หรือเข้ามาเป็นที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีบทบาทมากหลังเปิดเออีซี

นอกจากนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของเวียดนาม ที่เน้นทำตลาดคอนโดมิเนียมระดับล้านต้นๆ ก็เข้ามาศึกษาตลาดในไทยแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่เคลื่อนไหวชัดเจน เพราะยังติดข้อจำกัดต่างๆ ด้านกฎหมาย

ขณะเดียวกันการออกไปทำตลาดต่างประเทศ ก็เป็นสิ่งที่หลายบริษัทผู้ประกอบการไทยเริ่มแล้ว แต่ควรรวมกลุ่มกันไป และรัฐบาลควรสนับสนุนมากกว่านี้

สุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเปิดเออีซี จะทำให้ไทยมีความต้องการอาคารสำนักงานเพิ่มมากขึ้น เพราะไทยมีความพร้อมมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจึงเหมาะที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอาเซียน

ปัจจุบันมีต่างชาติเข้ามาศึกษาตลาดในไทยจำนวนมาก เช่น มาเลเซีย เกาหลี จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แต่ในเบื้องต้นทุนเหล่านี้นิยมเข้ามาซื้อกิจการโรงแรมในไทย เพราะไทยมีความแข็งแกร่งในธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นโอกาสในการลงทุนในธุรกิจประเภทอื่นๆ ต่อไป

ธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การเปิดเออีซีจะทำให้ไทยต้องยอมเปิดกว้างให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นได้ 70% จากเดิมอยู่ที่ 49% จะเป็นหนึ่งในแรงจูงใจที่อยากให้ต่างชาติเข้ามามากขึ้น อีกทั้งจะเป็นโอกาสของรายเล็กและรายกลางที่จะได้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในไทย

การเปิดเออีซีจึงเป็นทั้งช่องทางให้นักลงทุนไทยออกไปหาตลาดใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อมากกว่า 600 ล้านคน เช่นที่ต่างชาติก็สนใจเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดในไทยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก