
หนุ่มมาดเซอร์vsสาวโลกส่วนตัวสูง
อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือเขาจะเป็นแมวชอบเที่ยว ชอบนั่งในรถ ซึ่งปกติแมวจะไม่ชอบ คือบ้านเจมส์อยู่เชียงใหม่ เวลากลับบ้านเราก็จะเอาเขาไปด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือเขาจะเป็นแมวชอบเที่ยว ชอบนั่งในรถ ซึ่งปกติแมวจะไม่ชอบ คือบ้านเจมส์อยู่เชียงใหม่ เวลากลับบ้านเราก็จะเอาเขาไปด้วย
เรื่อง สาโรจน์ มีวงษ์สม / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
เจมส์ แม็กกี้ พระเอกคนใหม่จากหนังเรื่อง 9 วัด ที่ก่อนหน้านั้นคงผ่านตากับซีนน่ารักๆ ที่น่าจดจำ จาก “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” ของเขากันมาแล้ว
เท่าที่สัมผัสเจมส์ออกจะดูเป็นหนุ่มมาดขรึม คล้ายๆ จะเข้าถึงเขาได้อยาก แต่ลึกๆ แล้วเขากลับเป็นหนุ่มที่มีจิตใจดีและอ่อนโยน หลังจากที่ฟังหนุ่มเซอร์เล่าถึง “ดรีมเมอร์” แมวพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์ ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและจริงใจ
“ดรีมเมอร์เขาจะมีบุคลิกเฉพาะตัวที่แตกต่าง ตั้งแต่เห็นก็ปิ๊งเลย เขาจะเป็นลูกแมวตัวเดียวที่ไม่อยู่ในกลุ่ม ดูแล้วโดดเด่น คือสัตว์เลี้ยงที่เจมส์เลี้ยงทุกตัวจะต้องมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีเสน่ห์ไม่ซ้ำแบบกัน” น้ำเสียงนุ่มๆ ยามเล่าถึงลูกสาวในฝัน
“เจมส์จะเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ เจมส์จะรักสัตว์มาก ทุกปีเจมส์จะไปหาคุณอาที่ซิมบับเวเพื่อไปดูสัตว์ที่ซาฟารี มันทำให้เจมส์รักและผูกพันกับสัตว์โดยไม่รู้ตัว
แต่พอมาอยู่กรุงเทพฯ เราอยู่คอนโด มันไม่สะดวกที่จะเลี้ยงหมา ไอ้เราก็อยากได้คู่หู อยากมีเพื่อน จึงเลือกแมว ซึ่งพอได้เขามาแล้วมันตรงกับความต้องการทุกอย่าง คือเขาจะไม่ค่อยมีเสียง มีแต่เสียงอี๊ค อี๊ค... ค่อยมาก เรียบร้อยมาก และเขาก็มีโลกส่วนตัวสูง พอเราเปิดประตูบ้านปุ๊บมันก็จะรออยู่ มาเล่นแป๊บหนึ่งมันก็ไปแล้ว คือเราชอบแบบนี้ ไม่ชอบนัวเนีย”
จากสุนัขสุดซ่าส์ สู่น้องแมวที่โลกส่วนตัวสูง ช่างเป็นความแตกต่างที่สุดขั้ว
“ความต่างเยอะมากเลยพี่ ทุกอย่าง (หัวเราะ) ตั้งแต่การกิน และการสื่อสาร คือเจมส์เลี้ยงหมามาตั้งแต่เด็ก เราจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับหมา มันเป็นเรื่องของจิตวิทยา
...พอเลี้ยงแมวเราก็นับหนึ่งเลยนะพี่ ต้องซื้อตำรามาอ่านเลยนะ เราไม่รู้เรื่องเลย อย่างแมวตัวนี้นะเราต้องใจเย็นมาก คือแมวของเจมส์มันไม่ใช่แมวปกติ (หัวเราะ) มันจะเป็นแมวที่ขี้กลัว ขนาดเราเป็นพ่อ เป็นคนให้อาหาร เขายังค่อยๆ เข้ามาหาเราเลย พออ่านตำราเราก็รู้จักนิสัยของแมวเยอะขึ้น คือแมวเขาจะไม่ให้ตี แต่หมาจะตีได้ แมวจะตีอย่างไรเขาก็ไม่จำ สุดท้ายเราก็เอาเขาอยู่ กลายเป็นรู้ใจกัน”
ความรักก่อเกิด “ไม่นานเลยครับ ตั้งแต่วันแรกก็รักเขา (หันไปหยอกล้อ) ชอบตาเขาครับ เขาดูจริงใจ สัมผัสได้ถึงข้างใน ผ่านด้วยตา
อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือเขาจะเป็นแมวชอบเที่ยว ชอบนั่งในรถ ซึ่งปกติแมวจะไม่ชอบ คือบ้านเจมส์อยู่เชียงใหม่ เวลากลับบ้านเราก็จะเอาเขาไปด้วย เวลาเราขับเท่าไหร่เขาก็ไม่ว่า แต่พอเราขับเกินกว่า 140 เขาก็จะโดดมาที่ซอกแขนแล้วก็มองหน้าเรา เร็วแล้ว เร็วไปแล้วนะ... เราก็เลยต้องชะลอ และเขาก็เป็นแมวที่มีเซนส์ คือตามหลักวิทยาศาสตร์เขาจะบอกว่าแมวก็มีจีพีเอสเหมือนกับนก มันรู้นะ พอไปถึงเชียงใหม่ปั๊บ ยังไม่ถึงบ้านมันก็รู้แล้ว”
บุคลิกโดนใจ “ด้วยสายพันธุ์เขาจะเป็นแมวที่มีนิสัยเรียบร้อย ในวงการแมวเขาจะเรียกว่า เดอะบริส ท่านั่งเขาก็จะสง่า (ทำท่าเหมือนมาก) จะผู้ดี๊ ผู้ดีหน่อย เขาจะมีฟอร์ม แต่พอนอนนะพี่ (ทำท่า) คือจะขาอ้า น้ำลายย้อย แต่พอตื่นจะไม่ใช่นะ ไม่ใช่นะ จะกลับมาวางท่าทันที”
สะท้อนถึงสาวในสเปก “ดรีมเมอร์ มันไม่อ้อนนะ จะอ้อนสัก 10 วินาทีมั้ง มันสะท้อนสเปกผู้หญิงด้วยนะครับ (ยิ้มเขิน) คือเจมส์ชอบผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง แล้วก็มีโลกส่วนตัวของเขาเองด้วย อย่างซูซี่ (แฟนสาว) เขาก็เหมือนกับดรีมเมอร์ และเขาก็เป็นเหมือนแม่ของดรีมเมอร์ด้วย” เรียกว่าถูกสเปกทั้งแมวทั้งแฟนว่างั้นเถอะ !
จากวันนั้นถึงวันนี้ “ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะครับ คือเขาทำให้เราผ่อนคลาย อย่างหมาก็จะให้ความรู้สึกที่คึกคัก สนุกสนาน แบบแมนๆ แต่พอมาเลี้ยงแมวมันเหมือนมีเพื่อนที่รู้ใจ เพื่อนที่ไม่ต้องง้อตลอดเวลา ทำให้เราชิลลง และมันยังทำให้เรารักธรรมชาติ ชอบเดินทาง ใจอ่อน ใจดี แต่มีโลกส่วนตัวนะ”
สุดท้ายเจมส์ยังฝากมาบอกว่า “จะเลี้ยงสัตว์สักตัวต้องคิดดีๆ เพราะมันคือหนึ่งชีวิตที่จะอยู่กับเราไม่ใช่แค่ตุ๊กตา และอย่าไปซื้อสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนสงวนมาเลี้ยง อย่าคิดว่าเท่ อย่าคิดว่าเจ๋ง เพราะวันข้างหน้ามันก็จะไม่มีให้ลูกหลานเราได้ดู”







