
QE3 มาแล้ว...ทองขึ้น!
ราคาทองคำมีการขึ้นมารอข่าวความคาดหมายของ QE 3 มาโดยตลอด จากระดับราคาที่ 1,640 เหรียญสหรัฐ จน ณ ขณะนี้อยู่ที่ 1,770 เหรียญสหรัฐ ด้วยการใช้ข่าว QE 3 เพียงอย่างเดียว ทองขึ้นมาแล้วในรอบ 1 เดือน 100 เหรียญต่อออนซ์ คำถามที่ตอนนี้เกิดขึ้นคือ แล้วทองจะเป็นอย่างไรต่อไป?
ราคาทองคำมีการขึ้นมารอข่าวความคาดหมายของ QE 3 มาโดยตลอด จากระดับราคาที่ 1,640 เหรียญสหรัฐ จน ณ ขณะนี้อยู่ที่ 1,770 เหรียญสหรัฐ ด้วยการใช้ข่าว QE 3 เพียงอย่างเดียว ทองขึ้นมาแล้วในรอบ 1 เดือน 100 เหรียญต่อออนซ์ คำถามที่ตอนนี้เกิดขึ้นคือ แล้วทองจะเป็นอย่างไรต่อไป?
เรามาศึกษาดูอดีตเพื่อที่จะมาเทียบหาปัจจุบันว่า ราคาทองคำจะตอบสนองต่อมาตรการ QE 3 ขนาดไหนอย่างไร ประเด็นก็คือ มาตรการ QE 2 ใช้เวลาสำหรับการขึ้นของทองคำทั้งหมด 9 เดือนในปีที่แล้ว ทำให้ราคาทองพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,930 เหรียญสหรัฐในช่วงต้นเดือน ก.ย. 2554 กล่าวคือราคาทองคำปรับตัวหลังจากการที่มี QE 2 โดยทั้งหมด 600 เหรียญสหรัฐ โดยใช้ระยะเวลาในการปรับตัวสูงขึ้นทั้งหมด 9 เดือน มาตรการ QE หรือ Quantitative Easing โดยภาพหลักใหญ่ๆ ก็คือการอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบการเงินของตลาด โดยการเข้าซื้อพันธบัตรและเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดการเงิน เป็นความคาดหวังว่าคนจะมีการทำงานมากขึ้น เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจเดิมที่ผ่านมาในรอบประมาณ 9 เดือนในปีนี้พบว่าคนยังมีอัตราว่างงานอยู่ในเกณฑ์สูงค่อนข้างจะคงเดิมที่ระดับ 8.3% โดยมีการคาดการณ์ว่า มาตรการ QE 3 น่าจะช่วยลดการว่างงานของคนได้ให้เหลือประมาณ 7% ในปี 2557 ซึ่งถ้าวิเคราะห์ดูให้ดีจะเห็นได้ว่า จังหวะที่เฟดออกมานั้นต้องถือว่าเป็นจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สหรัฐอเมริกาจะมีการเลือกตั้ง และมีการคาดหวังว่า QE 3 ที่ออกมาน่าจะมีส่วนช่วยเป็นผลบวกต่อการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประธานาธิบดี บารัก โอบามา ไม่ว่าเฟดจะถูกมองให้เป็นเรื่องของการเมืองด้วยหรือไม่ก็ตาม ก็ต้องถือว่าสภาพแวดล้อมในเชิงการเมืองที่กำลังจะเปลี่ยนไปในเดือน พ.ย.ในปีนี้ในอีก 2 เดือนไม่เอื้อที่จะทำให้เฟดขยับตัวใดๆ ได้ในเดือนหน้า หรือหลังจากเดือนนี้จนถึงสิ้นปี ดังนั้นการที่เฟดประกาศชิงตัดหน้าตรงนี้ออกมาก่อนจึงถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีและเหมาะสมที่สุด
MTS Gold คาดหวังว่า ปฏิกิริยาของ QE 3 ก็น่าจะให้ผลใกล้เคียงกับ QE 2 เป็นอย่างน้อย สมมติเรามาคาดการณ์ว่า ในระยะยาว 9 เดือนข้างหน้าราคาทองคำถ้าให้ผลตอบรับประมาณครึ่งหนึ่งของ QE 2 ก็น่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้ประมาณ 300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อันนี้เป็นการวิเคราะห์แบบสถิติเชิงเปรียบเทียบ จึงแค่ให้มองในลักษณะมุมกว้างๆ ในเชิงสถิติมากกว่าทฤษฎีอื่นๆ ดังนั้นถ้าบวก 300 เหรียญสหรัฐเข้าไปกับราคาเดิมก่อนที่จะมี QE 3 ที่ระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐถ้วนๆ (ขณะนี้อยู่ที่ 1,770 เหรียญสหรัฐ) หมายความว่า โอกาสที่จะเห็นราคาปรับขึ้นไปที่ระดับ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ก็น่าจะมีสูงขึ้น ดังนั้นก็บอกว่าเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีของนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้าซื้อและทยอยเก็บทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นั่นจึงทำให้เห็นว่าหลายๆ คนมองว่าราคาทองคำน่าจะมาที่ระดับ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์หรือมองก็ไม่น่าจะง่ายอย่างนั้นได้เสมอไป หมายความว่า ราคาก็อาจจะมีการแกว่งตัวหรือปรับตัวไปตามสภาวะตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา และการแก้ไขปัญหาของยูโรโซน ดังนั้นสิ่งที่การมองวิเคราะห์คือการลงทุนระยะยาว ซึ่งนักลงทุนคนไทยไม่ค่อยจะถนัดนัก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคิดวางแผนการลงทุนให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา โดยใช้หลักการบริหารทางการเงินเข้ามาช่วย
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
MTS Gold วิเคราะห์ได้ว่า ตลาดทองคำยังน่าจะขึ้นเป็นแนวโน้มระยะยาวได้ต่อไป แต่ก็ให้ระวังแรงเทขายทำกำไรเป็นช่วงๆ และนักลงทุนคงจะต้องปรับเพิ่มกลยุทธ์ของตนเองให้เหมาะสมและมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา แนวรับของทองคำตอนนี้ขยับมาอยู่ที่ระดับ 1,730 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่แนวต้านด้านบนในกรอบของ Trend Channel จะอยู่ที่ระดับ 1,780 เหรียญสหรัฐ ซึ่งไปตรงกับจุดสูงสุดเดิมเมื่อเดือน ก.พ.ต้นปีนี้พอดี ดังนั้นเป้าหมายการทำกำไรในระยะสั้นจึงควรอยู่บริเวณ 1,780 เหรียญสหรัฐ และค่อยหาจังหวะซื้อตามอย่างเหมาะสม การมีวินัยการลงทุนที่ดีจะช่วยสร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนได้ จึงแนะนำให้เข้าฝึกอบรมเพิ่มกลยุทธ์การลงทุนกับ MTS Gold Academy อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีการจัดสัมมนาอย่างต่อเนื่องตลอดทุกวันเสาร์ที่สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ท่านสามารถติดต่อที่ Call Center ได้ที่หมายเลข 02-222-6222







