
ข้าวถุงดิ้นหนีนโยบายรับจำนำ
ต้นทุนพุ่งรัฐขอให้ตรึงราคาหวั่นเสียคุณภาพ‘หอมมะลิ’
ต้นทุนพุ่งรัฐขอให้ตรึงราคาหวั่นเสียคุณภาพ‘หอมมะลิ’
ผู้ประกอบการข้าวถุงไทยปรับตัวรับนโยบายรับจำนำทุกเมล็ด บางรายสุดอั้นขอขึ้นราคา หวั่นไทยเสียแบรนด์ข้าวหอมมะลิที่ดีสุดในโลก
นายวิพุธ หวั่งหลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารงานขายและการตลาด บริษัท ชัยทิพย์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวตราพนมรุ้ง เปิดเผยว่า ในปีนี้ผู้ประกอบการข้าวถุงต้องปรับธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบหลายปี ตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นมาก โดยหันมาทำตลาดเชิงรุกข้าวในประเทศและควบคุมต้นทุนในองค์กร
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการข้าวบางรายต้องปรับราคาขายข้าวขึ้นตามต้นทุนสูงขึ้นมาก ปัจจุบันราคาข้าวหอมมะลิ ในขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม มีราคาขายสูงสุดประมาณ 220 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมีราคาขาย 200 บาท ข้าวหอมมะลิ ระดับราคาปานกลาง ขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม มีราคา 160 บาท จากเดิมในปีก่อนมีราคาขาย 150 บาท ส่วนข้าวขาว ขนาด 5 กิโลกรัม มีราคา เกิน 100 บาท จากเดิมในปีก่อนมีราคาขายไม่ถึง 100 บาท
สำหรับสิ่งที่ผู้ประกอบการข้าวถุงกังวลมากที่สุด คือ คุณภาพข้าวหอมมะลิของไทยจะลดลงจากนโยบายการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ซึ่งมีผลในปี 2556 โดยข้าวทุกประเภทถูกรับจำนำข้าวเข้าสู่โรงสีทั่วประเทศ โดยไม่ได้คัดเลือกคุณภาพข้าว ทำให้ผู้ประกอบการหาข้าวหอมมะลิคุณภาพดียากลำบาก และกระทบต่อการส่งออกไปต่างประเทศ
“ในระยะยาวแบรนด์ข้าวหอมมะลิของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็นข้าวที่มีคุณภาพข้าวดีสุดในโลก อาจต้องได้รับผลกระทบด้านชื่อเสียงอย่างแน่นอน” นายวิพุธ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับผลกระทบจากยอดการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา หดตัวจากปีก่อนมาก เพราะราคาข้าวไทยในตลาดโลกสูงกว่าคู่แข่ง จึงต้องปรับตัวมาทำตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น และหันมาขยายช่องทางขายผ่าน ร้านค้ายี่ปั้ว ซาปั้ว ร้านอาหาร และกลุ่มโรงแรมมากขึ้น และไม่มุ่งช่องทางขายในห้างค้าปลีกมากนัก ทำให้ปัจจุบัน สัดส่วนการขายของบริษัทมาจาก ห้างค้าปลีก 50% และนอกห้างค้าปลีก 50% ซึ่งช่องทางห้างค้าปลีกที่ลดลง มาจาก ยอดขายปรับตัวลดลง
ขณะที่ผู้บริโภคลดการซื้อสินค้าในห้าง เพราะมีราคาสินค้าที่แพง คาดว่า ในปีต่อไป ยอดขายของบริษัทจะมาจากห้างค้าปลีก 40%และร้านค้ารายย่อย 60% ส่วนยอดขายของบริษัทในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมาเติบโต 10% เพราะยอดขายในประเทศยังขยายตัวได้ดีอยู่ แต่ยอดขาย ของบริษัทในสิ้นปีนี้ ยังคาดการไม่ได้ว่าจะเติบโตในระดับเท่าใด
นางโสพรรณ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียเม้ง มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวแบรนด์หงษ์ทอง กล่าวว่า ในปีนี้และปีต่อไปจะเป็นการทำธุรกิจที่ยากลำบากของผู้ประกอบการธุรกิจข้าวถุง เพราะต้นทุนที่สูงขึ้น 20% ตามนโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555-30 ก.ย.2556 และผู้ประกอบการต้องปรับด้วยตามขณะที่รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่ต้องการให้ขึ้นราคาข้าวถุง เพราะนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ไม่ต้องการให้ข้าวถุงขึ้นราคา
นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยที่ไทยไม่ได้กำหนดให้ข้าวเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ (เซนซิทีฟ ลิสต์)ขณทขขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำหนด จะสินค้าข้าว มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ มีกำแพงภาษีด้วย ทำให้กลุ่มชาวนาไทยจะได้รับผลกระทบมาก เพราะข้าวราคาถูกกว่าจากประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามาตีตลาด และขายราคาถูกในไทยด้วย จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการดูแลโดยด่วน
ด้านกรณีที่หลายฝ่ายออกมาประเมินว่าประเทศไทยจะเสียแชมป์การส่งออกข้าวสูงสุดในตลาดโลกนั้นมีความเป็นไปได้มาก เพราะยอดการส่งออกข้าวไปต่างประเทศ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาลดทั้งเดือน ก.ค.ส.ค. ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง คือ อินเดีย เป็นผลมาจากราคาข้าวของประเทศไทยสูงกว่าที่สำคัญ ทั้งประเทศอินเดีย และเวียดนาม
นส.พิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล ผู้อำนวยการสายขายและการตลาด บริษัทปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ผู้ทำตลาดข้าวถุงมาบุญครองกล่าวว่าในโอกาสครบรอบ 33ปี บริษัทได้ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้มีความทันสมัยและสดใสมากขึ้น และเพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์คุณภาพข้าวมาบุญครอง
พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้าวหอมมะลิแท้100% ขนาด200 กรัม วางจำหน่ายที่บูทข้าวมาบุญครองชั้น1 บริเวณหน้าร้านเอสแอนด์พี ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม9และในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เพื่อให้นำไปทำบุญใส่บาตรได้สะดวกขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในโอกาสที่ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการฉลองพุทธชยันตรีครบรอบ2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า







