
เลื่อนขึ้นแอลพีจีขนส่งลุ้นสัปดาห์หน้า
พลังงานบอกขอดูทิศทางราคาน้ำมันโลกหลังยูโรโซน-สหรัฐอัดฉีดเงิน/ปตท.ชี้แนวโน้มพุ่งแน่
พลังงานบอกขอดูทิศทางราคาน้ำมันโลกหลังยูโรโซน-สหรัฐอัดฉีดเงิน/ปตท.ชี้แนวโน้มพุ่งแน่
ผู้ใช้แอลพีจีขนส่งเฮรัฐเบรกขึ้นราคา อ้างขอดูทิศทางราคาน้ำมันโลกให้ชัดก่อน ปตท.ชี้น้ำมันโลกขาขึ้นหลังสหรัฐใช้คิวอี 3
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้เลื่อนการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ออกไปก่อน โดยยังไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง เนื่องจากขอติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังมีความผันผวนให้ชัดเจนก่อน
ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะมีผลต่อทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด ได้แก่ กรณีคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) ได้ออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ครั้งที่ 3 (QE 3) ขณะเดียวกันยังมีปัญหาความขัดแย้งทางศาสนา ตลอดจนมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรป ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สัปดาห์หน้า ทั้งราคาน้ำมันและราคาแอลพีจีปรับเพิ่มขึ้น
“กบง.อาจจะมีการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งจะพิจารณาการปรับอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันแต่ละชนิดให้เหมาะสมด้วย ซึ่งในส่วนของราคาแอลพีจีภาคขนส่งนั้น ยอมรับว่าน่าเป็นห่วงและมีทิศทางที่อาจจะปรับเปลี่ยนราคา เพราะขณะนี้ราคาตลาดโลกปรับตัวไปถึง 1,030 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือคิดเป็นราคาแอลพีจี 41 บาท/กก. ในขณะที่ราคาแอลพีจีขนส่งในไทยอยู่ที่ 21.38 บาท/กก. เท่านั้น” นายอารักษ์ กล่าว
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ทิศทางราคาน้ำมันโลกนับจากนี้คงไม่ลดลงแล้ว เพราะคาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านคิวอี 3 ของสหรัฐ รวมทั้งการที่ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนี ไฟเขียวให้รัฐสภาของประเทศสามารถรับรองการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูยุโรปถาวรได้ ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวและจะมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันไม่ปรับลดลงแล้ว จากปัจจุบันราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 113 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
“ราคาดังกล่าวถือว่าค่อนข้างสูง แต่ก็คงไม่ลดลงแล้ว” นายไพรินทร์ กล่าว
ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในลิเบียเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง ว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาน้ำมันในตลาดโลกหรือไม่ ส่วนกลุ่มปิโตรเคมี ก็จะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะราคาน้ำมันโลก
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางศาสนาของสหรัฐและการออกมาตรการคิวอี โดยราคาน้ำมันดิบตลาดเวสต์เทกซัส มีโอกาสแตะระดับ 100 เหรียญสหรัฐบาร์เรล จากปัจจุบันอยู่ที่ 98 เหรียญสหรัฐบาร์เรล ส่วนตลาดเบรนท์ มีแนวโน้มอยู่ที่ระดับ 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปัจจุบันอยู่ที่ 116 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
สำหรับตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ มีโอกาสจะปรับขึ้นเช่นกัน ดังนั้นราคาน้ำมันเบนซินในประเทศมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ด้านราคาแอลพีจีตลาดโลกยอมรับว่าผันผวนและมีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปถึง 1,200 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตันซึ่งมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะยังดูแลราคาแอลพีจีภาคขนส่งไปอีกระดับหนึ่งโดยยังไม่มีการปรับราคา โพสต์ทูเดย์ ซีอีโอ ปตท.เผยทิศทางราคาน้ำมันโลกส่งสัญญาณขึ้น หลังสหรัฐคลอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่







