
ลองขับ "เชฟโรเลต โวลต์"
รถไฟฟ้า แห่งอนาคต
ลองมาแล้วครับ เชฟโรเลต โวลต์ รถไฟฟ้า เทคโนโลยีแห่งอนาคต เป็นอย่างไรตามอ่านได้เลยครับ
โดย.... พลพัต สาเลยยกานนท์
ถึงคิวของเชฟโรเลตในการโชว์ เทคโนโลยี กับเขาบ้างคราวนี้ ได้นำเจ้า "เชฟโรเลต โวลต์" รถพลังงานไฟฟ้าขนาด 4 ที่นั่ง ที่ได้รับการพัฒนาเหนือขึ้นไปจากไฮบริดทั่วไป ก็เพราะว่าเจ้ารถพลังงานไฟฟ้าคันนี้ ใช้ชุดขับเคลื่อนจากพลังงานไฟฟ้าเท่านั้นสำหรับทำให้ล้อรถหมุนไปได้ ซึ่งงานนี้นำเข้ามาให้ได้ลองขับถึง 2 คัน
นอกจากนี้ เชฟโรเลต ยังเรียกเทคโนโลยีของตนเองว่า "Extended-Range" คือหลังจากหมดพลังงานไฟฟ้า ที่ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่งโมงครึ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนๆได้ระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร แต่หากหลังจากไฟฟ้าหมดลงจะมีเครื่องยนต์ เบนซินขนาด 1.4 ลิตร ที่ใช้น้ำมันตามปกติแถมใช้ได้ถึง E85 อีกด้วย มาเป็นตัวผลิตกระแสไฟฟ้า ให้เจ้าโวต์ สามารถวิ่งต่อไปได้ด้วยพลังงานไฟฟ้า (ที่เกิดจากเครื่องยนต์เบนซิน) ต่อไปอีกอีกประมาณ 570 กิโลเมตร
แต่อ๊ะๆ ... อย่าพึ่งตกใจไปว่ามันจะเป็นรถไฟฟ้าได้อย่างไรถ้าต้องใช้น้ำมัน นั้นก็เพราะว่า ถึงจะต้องใช้น้ำมันแต่ใช้น้ำมันเพื่อให้เครื่องยนต์ทำมีหน้าที่ในการปั่นไฟฟ้าเท่านั้น (เป็นเครื่องปั่นไฟ) เพื่อนำไฟฟ้าไปจ่ายเป็นพลังงานในการหมุนล้อเ ทีนี้ก็สบายใจได้เลยว่าหากจะต้องวิ่งทางยาวๆก็หายห่วงไม่ต้องกังวลว่าไฟฟ้าจะไม่พอ เพราะมีเทคโนโลยีที่ว่านี้ช่วยให้สามารถไปถึงจุดหมายได้อย่างสบายใจ
แต่ก็อย่างว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่สิบตาเห็นหรือจะสู้มือคลำ ซึ่งงานนี้ เชฟโรเลต ไม่ได้เอาเจ้า โวลต์มาจอดให้คลำเฉยๆ แต่มาให้ได้ลองสัมผัสและลองขับกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ (แดนเนรมิตเก่า) โดยจากการทดลอง คนละ 2 รอบสนาม ถึงจะไม่ได้ความรู้สึกอย่างจริงจังเท่าไรนัก แต่ก็พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งเทคโนโลยีอันทันสมัยในอนาคตที่สามารถสัมผัสได้ในวันนี้แล้ว
เริ่มสัมผัสนวัตกรรมด้วยการชมรอบรถซึ่งดูไปดูมาก็ละม้ายคล้ายคลึงกับ "เชฟโรเลต ครูซ" แต่เพียงเจ้า "เชฟโรเลต โวลต์" นี้มี 5 ประตู และมีการปรับในบางจุด พอเปิดประตูเข้ามานั่ง กลิ่นนวัตกรรมอันล้ำสมัยฟุ้งตลบใส่หน้าด้วยระบบภายในทั้งหมดแทบจะเป็นระบบสัมผัสทั้งสิ้น นั่งในตำแหน่งคนขับพร้อมกดปุ่มสตาร์ทแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเครื่องติดแล้วเพราะมันเป็นไฟฟ้าทั้งหมด
ดังนั้น เพื่อให้รับรู้ความรู้สึกเลยแถบเสียงอวกาศตอนสตาร์ทเครื่องมาดัง ฟู้วววว์ ... ทำให้รู้ว่าเอาล่ะน่ะพร้อมจะออกเดินทางแล้ว ซึ่งเจ้ารถไฟฟ้าคันนี้อัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 9 วินาทีเท่านั้น น่าตื่นตาตื่นใจมาก โดยมีกำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้า แรงบิดที่ 370 นิวตันเมตรที่รอบต่ำ ซึ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 160 กม./ชม.
ช่วงจังหวะลองขับภายในสนามนั้น ความรู้สึกของอัตราเร่งและช่วงล่างก็ไม่ต่างกับรถที่ใช้เครื่องยนต์เท่าไร แต่เพียงไม่มีเสียงเครื่องยนต์เท่านั้น (ตอนไม่ได้ติดเครื่องปั่นไฟ) แต่พอลองปรับเปลี่ยนมาเป็นใช้เครื่องปั่นไฟ (โหมดขยายระยะทาง) กลับพบว่า เสียงเครื่องปั่นไฟ (เครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง) มีเสียงคราง "งืด งืด" ให้ได้ยินอยู่บ้าง
ซึ่ง แบตเตอรี่ในเจ้า โวลต์ คันนี้ถูกออกแบบให้เป็นรูปตัว T ซึ่งวิศวะกรแอบหยอดมุขเอาใจชาวไทยว่า ออกแบบเพื่อประเทศ Thailand เลยใช้ตัว T ในการออกแบบแบตเตอรี่ ซึ่งอายุการรับประกันของแบตเตอรี่ที่ได้มีการจำหน่ายในหลายประเทศแถบยุโรป และอเมริกา มีการปรับประกันยาวนาน 6 ปี ซึ่งมีการจำหน่ายไปแล้วกว่า 8 พันคัน
แต่เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะได้ใช้เทคโนโลยีนี้ เชฟโรเลต กลับมองว่า ขณะนี้ยังไร้แสงสว่างที่ปลายทางอยู่ เพราะหลายปัจจัย อย่างเช่น ภาษีซึ่งเป็นตัวกำหนดราคา และการวางแผนของรัฐบาลในการกำหนดเทคโนโลยี และที่สำคัญคือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง นั้นก็คือ จุดอำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟฟ้า เพราะเจ้า โวลต์ ตัวนี้สามารถชาร์จได้ด้วยปลั๊ก 3 ตาปกติ แต่ขาดจุดชาร์จเท่านั้น
ดังนั้น ถ้าเราๆท่านๆอยากใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาแบบใหม่ๆ เราก็คงทำได้แค่ช่วยกันเอาใจช่วยให้รัฐบาลกำหนดทิศทางกันให้ชัดๆว่าจะเอาอย่างไรกันดีกับอุตสาหกรรมรถยนต์และโครงการภาษีกันดีกว่าเน๊อะ







