posttoday
ขงจื้อสูตรเติบโตจีนใหม่ประยุกต์ใช้เชิงธุรกิจ

ขงจื้อสูตรเติบโตจีนใหม่ประยุกต์ใช้เชิงธุรกิจ

12 กันยายน 2555

สาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีประชากร 1,380 ล้านคน มีพื้นที่ 9.6 ล้าน ตร.กม. ได้พลิกประเทศให้ขึ้นมามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองแซงญี่ปุ่น ด้วยขนาดจีดีพีปีละ 225 ล้านล้านบาท (7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่ไทยมีประชากร 66 ล้านคน มีพื้นที่ 5.13 แสน ตร.กม. แต่มีขนาดเศรษฐกิจ 10.5 ล้านล้านบาท ด้วยจำนวนประชากรและพื้นที่มากกว่าเมืองไทยหลายเท่าตัว จีนมีหลักคิดอย่างไรในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มากกว่าไทยหลายเท่าตัว ให้ออกมาได้มีประสิทธิผลขนาดนี้

สาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีประชากร 1,380 ล้านคน มีพื้นที่ 9.6 ล้าน ตร.กม. ได้พลิกประเทศให้ขึ้นมามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองแซงญี่ปุ่น ด้วยขนาดจีดีพีปีละ 225 ล้านล้านบาท (7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่ไทยมีประชากร 66 ล้านคน มีพื้นที่ 5.13 แสน ตร.กม. แต่มีขนาดเศรษฐกิจ 10.5 ล้านล้านบาท ด้วยจำนวนประชากรและพื้นที่มากกว่าเมืองไทยหลายเท่าตัว จีนมีหลักคิดอย่างไรในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มากกว่าไทยหลายเท่าตัว ให้ออกมาได้มีประสิทธิผลขนาดนี้

ผศ.ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จีนให้มุมมองว่า เพราะจีนใช้ระบบการปกครองที่สอดคล้องกับประเทศ หลังจากที่จีนใช้ระบบประชาธิปไตยในยุคเจียงไคเชก ปี 2454 (ค.ศ. 1911) ใช้ระบบคอมมิวนิสต์ แบบเลนิน ปี 2492 (ค.ศ. 1949) หลังจากใช้มา 10 ปี ประธานเหมาเจ๋อตุง ก็ปรับระบบให้เป็นสังคมนิยมที่เข้ากับจีน และมาชัดเจนในยุคของเติ้งเสี่ยวผิง ที่บอกว่าจีนต้องสร้างระบบการปกครองขึ้นมาเอง ซึ่งผ่านมาถึงปัจจุบันก็ยังดูเหมือนว่ายังสร้างระบบดังกล่าวยังต้องทดลองอยู่ ดังนั้นประเทศไทยถ้าจะให้เจริญก็ต้องสร้างระบบการปกครองมาใช้บริหารจัดการที่สอดคล้องเหมาะกับประเทศไทยเอง

ที่ผ่านมาเติ้งวางแนวคิดการปกครองที่สอดคล้องเหมาะกับจีน คือ ระบบสังคมนิยม หรือสังคมต้องเป็นใหญ่ มองทุกอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตน เป็นประชาธิปไตยแบบจีน โดยเมื่อมองย้อนกลับไปจีนพบว่า การปกครองดังกล่าวเป็นการย้อนกลับไปเหมือนการปกครองโบราณนั่นคือ ปรัชญา “ขงจื้อ” และกำลังสร้างยี่ห้อหรือแบรนด์ขงจื้อขึ้นมาเป็นระดับโลก โดยมีที่ประเทศจีนกว่า 500 แห่ง ในไทยมี 12 แห่ง

ปรัชญาขงจื้อหลักๆ คือ การพูดถึงโลกนี้ พูดถึงมนุษย์ เป็นปรัชญามนุษยธรรม (เหยิน) การแก้ไขมนุษย์ การออกกฎหมายเป็นการบังคับภายนอก แต่แนวคิดขงจื้อคือ การแก้ภายในใจ ต้องมีนิติธรรม จารีตประเพณี ที่สังคมยอมรับ ทำให้สังคมสมานฉันท์ ส่วนหลักนิติธรรมจะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร การสร้างจะต้องมีความเกี่ยวพันธ์ของคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.ความสัมพันธ์พ่อแม่กับลูก หลักก็คือต้องมีความเมตตา พ่อแม่ต้องให้อย่างเดียวไม่คิดถึงต้นทุนผลตอบแทนกลับ 2.พี่กับน้องต้องอยู่กันอย่างสมานฉันท์ อยู่กันด้วยความรัก 3.สามีกับภรรยาต้องอยู่กันด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ทั่วไปนึกว่าต้องอยู่กันด้วยความรักที่เปรียบเหมือนน้ำ ซึ่งไม่ใช่สามีกับภรรยาจะอยู่กันแบบภูเขาต้องมั่นคง มีเงื่อนไข 4.ผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง ทางผู้ปกครองต้องปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างมีเหตุผล ด้านลูกน้องต้องปฏิบัติต่อผู้ปกครองด้วยความซื่อสัตย์ และ 5.ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนต้องศรัทธา เชื่อถือที่กำหนดผลออกมาแล้วต้องเสมอภาคยุติธรรม

“ปรัชญาขงจื้อยึดมนุษย์เป็นหลัก ไม่ใช่ยึดประชาชนหรือคนเป็นหลัก ต้องมองประโยชน์ที่เกิดกับทั้งโลกมนุษย์ ไม่ใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง สร้างโลกให้กลมเกลียว มองภาพกว้างมองโลกเป็นหลัก เช่น รัฐบาลจีนมองประเทศที่มีจีดีพีน้อยแล้วเข้าไปลงทุนช่วยเหลือ เช่น ที่กัมพูชาช่วยประเทศที่จนกว่า เพราะเมื่อประเทศนั้นมีเงินมากขึ้นแล้วก็จะมาซื้อสินค้าจากจีน ซึ่งตอนนี้คนจีนบางส่วนเริ่มไม่พอใจ เนื่องจากเห็นว่าคนจีนในประเทศยังมีคนจน แล้วทำไมรัฐบาลจีนไม่มาช่วยก่อน ทำไมเอาเงินไปทุ่มให้ประเทศอื่น จึงทำให้รัฐบาลจีนต้องตั้งสถาบันขงจื้อมาช่วยอธิบายให้กับคนจีนเหล่านั้นให้มองประโยชน์ของทั้งโลก ถ้าไม่ช่วยประเทศอื่นรวย ก็ไม่มีเงินมาซื้อสินค้าจีน” ผศ.ก่อศักดิ์ สรุป

สำหรับการปรับใช้ในเชิงธุรกิจ สุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า จริงๆ มันเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ที่ยึดถือปฏิบัติกันมา 90 ปีอยู่แล้ว ซึ่งมาสอดคล้องกับหลักของขงจื้อ

ทั้งนี้ หลักของซีพีที่ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีออลล์ บอกคือ 1.หลักมนุษยธรรม 2.ผู้บังคับบัญชา ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้พนักงานทำงานได้คล่องตัว 3.ต้องให้การศึกษา เพื่อให้ลูกน้องเป็นผู้ที่มีความสามารถมากขึ้น เพราะคนเรียนจบใหม่ๆ พื้นความรู้ ความเข้าใจชีวิตแตกต่างกัน ทางซีพีจึงต้องฝึกอบรมให้เขาเรียนพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ให้เข้าใจเรื่องการทำงานร่วมกัน ซีพีถือว่าการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องสำคัญ จึงคัดคนอุปนิสัยใจคอดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี พวกนี้จะทำงานดี 4.ความซื่อสัตย์สุจริต อันนี้ซีพีเน้นมากคนซีพีต้องซื่อสัตย์ และซีพีต้องคอยสอนคนของซีพี ให้คำแนะนำชี้แนะว่าให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ คนที่ไม่ซื่อสัตย์ถึงแม้บริษัทไมรู้จับผิดไม่ได้ แต่คนที่ไม่ซื่อสัตย์คนนั้นก็จะโดนจากสังคมการทำงานให้ในที่สุดก็จะอยู่ไม่ได้ แน่นอนถ้ารู้ว่าโกงถูกจับได้ก็มีความผิดถูกลงโทษให้ออกจากงานไป ถ้าไม่มีหลักฐานสังคมจะลงโทษคนผิดนัน้นเองตอนนี้เซเว่นฯมี 6.800 สาขา ไตรมาสแรกปีหน้า 7,000 แห่ง เป้าขยายปีละ 500 สาขา

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ