
หอฯพูดชัดขึ้นค่าจ้าง ทำแรงงานตกงานแน่
เอกชนระบุขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ไม่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แถมเสี่ยงถูกเลิกจ้างพุ่ง เพปรับตัวลดต้นทุนด้วยลดคนงานแทน
เอกชนระบุขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ไม่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แถมเสี่ยงถูกเลิกจ้างพุ่ง เพปรับตัวลดต้นทุนด้วยลดคนงานแทน
นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ที่จะมีผลทั่วประเทศต้นปี 2556 เพราะภาคเอกชนมีความกังวลว่าจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ จะย้ายฐานการผลิตไปอยู่จุดที่ใกล้วัตถุดิบและตลาด เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และผู้ประกอบการจะนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานลูกจ้างปรับตัวด้วยการลดการจ้างงาน แล้วนำเครื่องจักรกลมาใช้แทน
ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าจ้างไม่ได้ทำให้มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตามที่คาดไว้ เนื่องจากแรงงานเลือกที่จะเก็บออมมากกว่าใช้จ่าย เพราะแรงงานยังกังวลถึงความมั่นคงของงานที่ทำอยู่ กลัวว่าธุรกิจจะประสบปัญหาต้องปิดกิจการ จึงไม่ได้นำรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจับจ่ายใช้สอยส่งผลเห็นได้จากตัวเลขจีดีพีเพิ่มขึ้นเพียง 0.5-0.7% น้อยกว่าที่คาดไว้ว่าจีดีพีจะเพิ่มขึ้น 1.1-1.4% ขณะที่เงินเฟ้อจากเดิมคาดว่าจะเพิ่ม 0.8-1% แต่เพิ่มเพียง 0.2-0.4% เพราะรัฐบาลคุมราคาสินค้าและพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าสมาชิกหอการค้าใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม และนนทบุรี ส่วนใหญ่ 92% ปรับตัวได้ มีเพียง 7.8% ที่ปรับตัวไม่ได้ โดยกลุ่มที่ปรับตัวได้ 13.25% ใช้วิธีการเลิกจ้างคนงานบางส่วน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หลังจากปรับขึ้นค่าจ้างผู้ประกอบการ 47.2% ปรับตัวโดยการเพิ่มราคาสินค้า 34.2% ลดสวัสดิการ 32.1% ลดจำนวนแรงงาน 8.5% ใช้เครื่องจักร และ 7.6% จ้างแรงงานต่างด้าวแทน







