
บีเอฟเคที-กสทฯส่อผิดอาญา
ผลสอบกสทช.กรณีทรูซื้อฮัทช์ แต่มีอำนาจแค่ร้องทุกข์เท่านั้น
ผลสอบกสทช.กรณีทรูซื้อฮัทช์ แต่มีอำนาจแค่ร้องทุกข์เท่านั้น
เปิดผลสอบคณะทำงาน กสทช. ชี้ บีเอฟเคที-กสทฯ ส่อแววผิดกฎหมายอาญาทั้งคู่
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า คณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) กรณีการทำสัญญาเกี่ยวกับการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่บนความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ กับบริษัท กสท โทรคมนาคม ที่มีนายองอาจ เรืองรุ่งโสม เป็นประธาน ได้ข้อสรุปนำเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่มี พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. เป็นประธาน เป็นข้อสรุปดังกล่าวมีความหนาถึง 74 หน้า
ทั้งนี้ คณะทำงานได้เสนอความเห็น 2 ข้อ คือ 1.ในช่วงเวลาที่ กสทฯ ทำสัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ HSPA กับบีเอฟเคทีนั้น บีเอฟเคทีได้ดำเนินกิจการในลักษณะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานใช้ความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 11 วรรค 3 ของ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และความผิดฐานประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้ความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 67 (3) ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544
ขณะที่ กสทฯ เองมีส่วนช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกกับบีเอฟเคที ใช้ความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้ความถี่เพื่อการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา 86 พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายอาญา ประกอบมาตรา 11 วรรค 3 พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และมาตรา 67 (3) พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ซึ่ง กสทช.จะต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมายต่อไป
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นความผิดที่ต้องรับโทษทางอาญานั้น มีกระบวนการหลายขั้นตอน ได้แก่ การร้องทุกข์กล่าวโทษ การสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องหรือไม่ของพนักงานอัยการ และกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่ง กสทช.เกี่ยวข้องเพียงการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำการดังกล่าวเท่านั้น ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าว ส่วนการพิจารณาพิสูจน์ความผิดดังกล่าว เป็นกระบวนการที่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจะได้พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับความเห็นที่ 2 ของคณะทำงาน ระบุว่า จากมติ กทค.เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2555 ให้ กสทฯ ดำเนินการแก้ไขสัญญาที่ทำกับกลุ่มบริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 นั้น กสทช.จะต้องดำเนินการติดตามตรวจสอบให้ กสทฯ ดำเนินการให้ถูกต้องตามคำสั่ง กทค.ต่อไป







