posttoday
เทรนด์ ‘บ้าน’ แห่งทศวรรษใหม่ (ตอนจบ)

เทรนด์ ‘บ้าน’ แห่งทศวรรษใหม่ (ตอนจบ)

19 มีนาคม 2553

ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงปัจจัยแวดล้อมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบ้านในอนาคต จากเหตุและปัจจัยที่กล่าวมาจะทำให้ลักษณะของอาคารในทศวรรษหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน เช่น

ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงปัจจัยแวดล้อมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบ้านในอนาคต จากเหตุและปัจจัยที่กล่าวมาจะทำให้ลักษณะของอาคารในทศวรรษหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน เช่น

เทรนด์ ‘บ้าน’ แห่งทศวรรษใหม่ (ตอนจบ)

-บ้านจะเริ่มมีการตรวจสอบตัวเองได้ เป็นการใช้เทคโนโลยีที่จะใช้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบบ้านขั้นพื้นฐาน เช่น เรื่องของไฟฟ้ารั่ว กำลังจะใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง เปิดไฟฟ้าแสงสว่างทิ้งเอาไว้ เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างทิ้งไว้นานเกินไป น้ำรั่ว หน้าต่าง-ประตูเปิดค้างไว้ ท่อระบายน้ำกำลังจะอุดตัน มีคนบุกรุกเข้ามาในบ้าน ฯลฯ
-การก่อสร้างบ้านจะใช้วัสดุและวิธีกรรมการก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น เพราะแรงงานขาดแคลนและมีอัตราค่าแรงมีมากขึ้น แรงงานที่ชำนาญน้อยลง และต้องการให้การก่อสร้างรวดเร็วขึ้น
-การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและโลกจะได้รับความนิยมขึ้น หรือบางครั้งกลายเป็นมาตรฐานหรือกฎหมายบังคับ เพราะกระแสการรักษาธรรมชาติ และสภาวะโลกร้อนจะถูกกระตุ้นความสำคัญมากขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการใช้วัสดุประเภท Recycle ก็จะเป็นที่นิยมมากขึ้น และมีผลทางการตลาดด้วย
-ระบบสื่อสารทุกประเภทจะต้องมีพร้อมในบ้านหลังเดียว และอาจจะมีการออกแบบบางห้องหรือบางบริเวณ ที่เป็น “พื้นที่ปลอดสัญญาณ” เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว หรือเป็นพื้นที่แห่งความสงบภายในบ้านด้วย
-บ้านจะยกพื้นสูงขึ้นและมีระบบป้องกันน้ำท่วม เพราะหากกระแสโลกร้อนทำให้ระดับน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นการออกแบบก่อสร้างที่เตรียมพร้อมกับระดับน้ำของโลกที่เปลี่ยนไปจึงเป็นทางแก้ที่ผู้ออกแบบอาคารจะต้องจัดเตรียมเอาไว้
-บ้านจะเป็นมิตรกับผู้พิการ ผู้อาวุโส และเด็กมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างสะดวกและปลอดภัย เช่น ระดับพื้นห้องน้ำ มือจับการเปิดปิดประตู ทางลาด บันได มีระบบสัญญาณเตือนภัยและสัญญานของความช่วยเหลือ เป็นต้น
- ลักษณะบ้านจะมีความเป็นไทยร่วมสมัยมากขึ้นเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น
-บ้านจะมีพื้นที่หรือภาชนะที่สามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้น
-หลังคาแบบ Roof Garden จะเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะพื้นที่อาคารพักอาศัยมีราคาแพงขึ้น ผู้อาศัยต้องการใช้พื้นที่ทุกส่วนอย่างมีประโยชน์มากที่สุด เมื่อร่วมกับกระแสโลกร้อน การปลูกต้นไม้จึงเป็นเรื่องจำเป็น
-บ้านมือสองจะขายดีขึ้น หากปรับปรุงได้เหมาะสมกับกาลเวลา เพราะการย้ายถิ่นฐานของคนไทยมีมากขึ้น
-บ้านจะต้องบำรุงรักษาง่าย งมีความน่าไว้ใจระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ในสังคมวัตถุนิยม จะมีน้อยลง
-บ้านจะมีขนาดเล็กลง เพราะราคาที่อยู่อาศัยต่อตารางเมตรจะสูงขึ้น มีการใช้ที่ว่างทางตั้งมากขึ้น (Vertical Used) เช่น ตู้สูง พื้นที่ใต้หลังคา พื้นที่ใต้ฝ้าเพดาน พื้นที่ใต้เตียง ฯลฯ เป็นต้น ทำให้พื้นที่ทางราบ Horizontal Area มีพื้นที่ที่เล็กลงได้ ทำให้จ่ายเงินน้อยลง
- บ้านต้องสามารถปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้ง่ายขึ้น เพราะการใช้ชีวิตอาจจะต้องการความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การขยับห้อง เปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอย และการก่อสร้างด้วยตัวผู้อยู่อาศัยเอง (D.I.Y.) จะมีความนิยมมากขึ้น การออกแบบจะต้องคำนึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมากขึ้น
-บ้านจะต้องมีประสิทธิภาพในการป้องป้องกันภัยที่ดีขึ้น ทั้งลักษณะของอาคาร และอุปกรณ์อัตโนมัติ
-บ้านจะมีที่เก็บของตามจุดต่างๆของบ้านมากขึ้น เหตุเพราะว่า ราคาค่าก่อสร้างสูงขึ้น คนไทยไม่ยอมทิ้งของ ที่ดินแพงขึ้น และบ้านเล็กลง ดังนั้น บ้านในทศวรรษหน้า ก็จะมีระบบ Ligistic และการเก็บของมากขึ้น บ้านในอนาคตจึงจะเอาที่ว่างทุกอย่างไปเป็นที่เก็บของให้หมด อาทิเช่น ใต้หลังคา ใต้โต๊ะ-เตียง ใต้บันได ใต้พื้นที่มีระดับต่างกัน ใต้ sink และอุปกรณ์อื่นๆ เป็นต้น

บ้านในทศวรรษหน้า จะมีระบบ Re Cycle มากขึ้น เช่น น้ำจากเครื่องปรับอากาศที่รีดออกมา จะเอาไปใช้รดน้ำต้นไม้ได้ ความร้อนจากเครื่องปรับอากศ จะมีการนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำน้ำอุ่นที่ใช้ในบ้าน น้ำใช้และน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วนำมาใช้ รดน้ำต้นไม้ หรือเพื่อล้างถนนหน้าบ้าน
-บ้านจะมีห้องนอนน้อยลง เพราะอัตราการเจริญพันธุ์ของเมืองไทย มีอัตราการเจริญเติบโตที่ถดถอย ดังนั้นบ้านจะมีคนอยู่น้อยลง ทำให้ความต้องการห้องนอนในบ้านมีน้อยลง แต่อาจจะมีการเพิ่มห้องอื่นๆอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อความบันเทิงมากขึ้น

สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นในบ้านเราและจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในอีก 5-10 ข้างหน้าที่หากเตรียมพร้อมเอาไว้ตั้งแต่วันนี้รับรองไม่มีตกเทรนด์แน่

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69